Gaming interface : เพราะเกมไม่ได้มีแค่จอย เมาส์ หรือคีย์บอร์ด

1,930 views
Share

696

       สมัยก่อนเวลาเราจะเล่นเกมเรามักนึกถึงเครื่อง console ที่ต่อสายเข้าจอและใช้จอยสติ๊กในการเล่นเช่นเครื่อง Famicom, Neo Geo, Mega Drive หรือเดินทางออกไปที่ Game Center พร้อมกำเงินเหรียญปึกใหญ่ไปเตรียมหัวร้อนในร้านเกม หรือจะเล่นเครื่องเกม Handheld ที่ทำให้เราสามารถพกพาเกมไปเล่นได้ทุกที่ตราบเท่าที่แบตยังคงเหลือ แต่การเชื่อมต่อระหว่างตัวเราและเกม ก็ยังคงติดอยู่กับการใช้ “จอย” เป็นหลัก

864

(ตู้เกม “Galaxy Game” สมัยปี 1971)

      หลังจากผ่านมาหลายปี เทคโนโลยีเกมก็ก้าวหน้ามากขึ้น นักพัฒนาเกมก็เริ่มสร้างสรรค์การเล่นเกมในรูปแบบที่แตกต่างกัน มีการสร้างเทคโนโลยีในการเล่นเกมขึ้นมามากมายเพื่อให้ผู้เล่น “สนุก” และ “อิน” ไปกับเกม

        Interface หรือเครื่องมือในการรับข้อมูลของนักเล่นเกมที่จะใช้สำหรับการเชื่อมต่อกับเกมก็มีการพัฒนาให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ทั้งการใช้รูปแบบที่เฉพาะเจาะจงกับเกมบางชนิดเช่นเกมแนว racing ก็จะใช้พวงมาลัยและคันเร่งแบบรถยนต์จริงๆ แทนการใช้คีย์บอร์ด ที่ไม่สามารถสร้างอารมณ์ร่วมได้เท่ากับการจับพวงมาลัย

 

cats369

(เกมแข่งรถก็ต้องใช้พวงมาลัยสิ คีย์บอร์ดจะไปทันใจอะไร)

        มาจนถึงปัจจุบัน ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทำให้การเล่นเกมมีประสบการณ์ใหม่ๆ เพิ่มขึ้นมาก interface ของเกมเองก็มีพัฒนาการที่ดีขึ้น ทำให้เกมในปัจจุบันไม่จำเป็นที่จะต้องนั่งอยู่กับที่เพื่อเล่นตลอดเวลา เราสามารถลุกขึ้นมาและมีปฏิสัมพันธ์กับวัตถุในเกมได้ด้วยร่างกายโดยตรงโดยไม่ต้องผ่านเมาส์หรือคีย์บอร์ด หรือแม้กระทั่งเดินออกสำรวจโลกจริงๆ เพื่อเล่นเกมได้ด้วย เราลองมาดู 3 เทคโนโลยีการเล่นเกมในยุคปัจจุบันที่น่าสนใจกันดีกว่า

Motion Tracking

  จุดเริ่มต้นของการจับการเคลื่อนไหวของร่างกายโดยตรงในการเล่นเกมเริ่มมีมาในปี 1989 Nintendo ได้ออกผลิตภัณฑ์ชื่อว่า U-Force โดยใช้คลื่น infared ในการจับการเคลื่อนไหว ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของ Motion Tracking ในการเล่นเกม

11122

จากนั้นในปี 1993 Sega ก็ได้ออก Sega Activator ออกมาเป็น motion tracking เช่นกัน

321123

        ช่วงปี 2006 Nintendo ได้ออกเครื่อง console ใหม่ชื่อว่า Wii ที่ใช้จอยแบบพิเศษที่มี Gyroscope ฝังมาในตัว ทำให้สามารถจับความเคลื่อนไหวของมือและสร้างปฏิสัมพันธ์ในเกมได้ ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของเกมแบบ Motion tracking ในยุคใหม่ได้เลย

cats

         ปี 2010 Microsoft ออก Kinict ที่เป็น Motion tracking แบบเต็มตัวโดยการใช้แสงอินฟาเรดจับร่างกาย ทำให้การเล่นเกม Console ไม่จำเป็นต้องนั่งเก้าอี้อีกต่อไป ผู้เล่นสามารถลุกขึ้นมาเพื่อเล่นเกมและมีปฎิสัมพันธ์กับวัตถุในเกมได้โดยตรง และในปี 2012 Microsoft ก็ออก Kinect สำหรับ PC ออกมาเพื่อให้นักพัฒนานำไปต่อยอดได้

9889+

        Sony เองก็มีเทคโนโลยี Motion Tracking ที่ทำมาแข่งกับ Kinect โดยใช้ชื่อว่า Playstation move โดยใช้ทั้งจอยแบบพิเศษ และกล้อง เพื่อจับภาพการเคลื่อนไหวทั้งหมดเข้าด้วยกัน

34

Augmented Reality

 

         Augmented Reality หรือ AR ก็เป็นอีก interface ที่น่าสนใจ ความเจ๋งของเทคโนโลยีนี้คือการรวม “โลกจริง” เข้ากับ “โลกเสมือน” ผ่าน interface เช่นกล้องวีดีโอ ระบบ GPS หรือ Gyroscope โดยคอนเซปนี้ไม่ใช่ของใหม่ เกม AR ในยุคแรกๆ เริ่มมีมาตั้งแต่ช่วงปี 1990 แล้วเช่นเกม Quake

(AR ยุคแรกๆ วิ่งออกถนนไล่ยิงมอน)

          ยุคหลังๆ มาเกมแนว AR ที่ใช้เล่นกันบนโทรศัพท์มือถือก็มีหลายเกม เช่น Ingress ที่ผู้เล่นต้องเดินทางใน “โลกจริง” เพื่อเข้าโจมตีและยึดป้อมของฝ่ายตรงข้าม รวมถึงการสร้าง Network ของป้อมรวมกันทั่วโลก

679+

(Ingress มีการตั้งปาตี้ไล่ยิงกันด้วยนะ เคยรวมทีมไปยิงป้อมคนอื่นอยู่ครั้งนึง สุดท้ายโดนยึดกลับ แฮ่)

หรือการใช้กล้องหลังของกล้องเพื่อมีปฏิสัมพันธ์กับวัตถุในโลกจริงผสมกับระบบ GPS เช่น Pokemon Go

(บัตรเครดิตอยู่ไหน จะกด master ball!)

VR

VR หรือ Virtural Reality พระเอกของปี 2016 และจะเป็นพระเอกของการเล่นเกมในอีกหลายปีจากนี้ ไอเดียการเล่นเกมโดยเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเกมไม่ได้เป็นสิ่งที่ใหม่ ในช่วงปี 1980 บริษัท SEGA ได้ออกเครื่องเกม SEGA Master System ที่มาพร้อมกับแว่น 3D สำหรับการเล่นเกมโดยเฉพาะ ถือเป็นจุดเริ่่มต้นของการเล่นเกมแบบ VR

44

       จากนั้นมาในปี 1995 Nintendo ก็ได้ออก Virtual Boy ที่ใกล้เคียงกับแว่น VR ในปัจจุบันมากขึ้น โดยตัวแว่นจะยังไม่ได้มีฟังชั่นอะไรมากนอกจากการให้ผู้เล่นเห็นภาพที่เต็มตา และยังคงใช้จอยในการเล่นเกมอยู่

 

cats3333

       จุดที่บูมของเกมแบบ VR ในยุคนี้เริ่มมาจากบริษัท Oculus ที่ทำโปรเจคสร้างแว่น VR ลงใน Kickstarter ในปี 2014 พร้อมภาพตัวอย่างการเล่นที่เรียกได้ว่า สมจริงยิ่งกว่าระบบที่เคยผ่านมาหลายช่วงตัว ทำให้กระแสของเกม VR กลายเป็นที่พูดถึงอย่างมากนับแต่นั้นมา จนตอนหลัง หลายๆ บริษัทก็มีการทำแว่น VR ของตัวเอง เช่น HTC ทำ HTC Vive ที่รวม motion tracking เข้ากับแว่น VR หรือ Sony ที่มีโปรเจค Morpheus เป็นของตัวเอง

479

(แว่น Oculus Rift อยากได้มาก แต่ตังไม่พอ……..)

(วีดีโอที่ใช้ระดมทุนของ Oculus ในเว็บ Kickstarter)

(EVE : Valkyrie เกม Team-Based space shooting แบบ VR)

อนาคตของ Gaming interface

       หลังจากนี้อาจจะมี Interface อีกมากมายที่เหล่านักพัฒนาเตรียมเข็นกันออกมา เพื่อให้เหล่า Gamer ทั้งหลายได้สนุกและเป็นส่วนหนึ่งของเกมมากขึ้น เช่นการใช้เสียงเพื่อออกคำสั่งกับ NPC ในเกมโดยตรง ที่ตอนนี้มีแนวโน้มจะทำได้แล้ว แต่ยังคงเป็นภาษาอังกฤษและยังทำงานได้ไม่ 100% กับภาษาพูดของมนุษย์อยู่ หรือการใช้คลื่นสมองในการควบคุมที่ยังคงเป็นจุดเริ่มต้นและยังต้องพัฒนาอีกมาก

ผู้เขียนเองก็อยากเห็นเหมือนกันว่าอนาคตโลกของเกมจะก้าวไปทางไหน สิ่งที่ทำได้ตอนนี้คือเก็บตัง และรอดู 😀

Comments

Share