[Review] Death Stranding โลกแห่งการเชื่อมโยงทุกคนเข้าด้วยกัน

1,922 views
Share

Hideo Kojima ชายผู้ที่หลายคนยกย่องให้เป็นเทพแห่งวงการเกม ไม่ว่าจะพัฒนา เขียนบท หรือกำกับ เขาผู้นี้มักพยายามสร้างสิ่งใหม่ๆ ที่ยิ่งใหญ่ขึ้นมาเสมอ แม้ว่า P.T. จะถูกยกเลิกไป แต่ทั้งหมดที่คิดอยากจะทำและอยากจะสร้างเกมแนวใหม่ขึ้นมาก็ถูกบรรจงเอาไว้ใน Death Stranding ที่พวกเรากำลังได้ลองเล่นอยู่ในตอนนี้หรือบางคนก็เล่นจบไปบ้างแล้ว วันนี้จะมารีวๆ กึ่งๆ พูดถึงความรู้สึกหลังจากที่ได้ลองเล่นเกมนี้ให้อ่านกันครับ

Death Stranding เกมที่ไม่ว่าจะปล่อยตัวอย่างหรือข้อมูลอะไรมาก็ทำให้เกมเมอร์งงและสงสัยว่ามันคือเกมเกี่ยวกับอะไรกันแน่ จนสุดท้ายเกมออกวางจำหน่ายก็มีแต่คนบอกว่ามันก็แค่เกมส่งของเกมหนึ่งเล่นแล้วจะไปสนุกอะไร แน่นอนว่าเกมทุกเกมไม่ได้ถูกใจทุกคนเสมอไป ต้องมีทั้งคนชอบและไม่ชอบ ส่วนตัวแล้วคิดว่าถ้าเปิดใจให้กว้างแล้วลองเล่นเกมนี้เราก็จะพบกับความหมายจริงๆ ที่โคจิม่าบอกไว้ว่าจะเชื่อมทุกคนเข้าด้วยกันผ่านเกมนี้…

กราฟิก
ด้วยขุมพลังของ Decima Engine ผลงานจากค่าย Guerrilla Games ที่ใช้กับเกม Horizon Zero Dawn มาก่อนแล้วต้องบอกว่ามันคือที่สุดแห่งความสมจริง ทั้งด้านรายละเอียดของตัวละคร การสร้างฉากสภาพแวดล้อม แสงเงา การจัดการกับเฟรมเรตที่คิดมาเรียบร้อยแล้วว่าแค่เล่นกับ PS4 รุ่นธรรมดาก็สามารถเล่นเกมได้อย่างไหลลื่นได้ เมื่อทั้งหมดมาผ่านมือของโคจิม่าจึงทำให้ตัวเกมถูกสร้างงานภาพออกมาได้อย่างสุดยอดมากๆ ฉากของโลกที่อ้างว้างล่มสลายก็ทำออกมาได้ดี หรือในส่วนของเทคโนโลยีเองก็ผสานกันอย่างลงตัว ยิ่งตัวละครได้ดาราดังๆ มากมายมาทำโมชั่นเคปเจอร์ให้อีกยิ่งเพิ่มอถรรสในการเล่นเกมนี้ราวกับดูภาพยนต์ดีๆ เรื่องนึงเลยทีเดียว มีทั้ง Norman Reedus, Guillermo del Toro, Mads Mikkelsen, Léa Seydoux, Lindsay Wagner, Troy Baker เป็นต้น คือแค่นี้ก็ฟินแล้วอ่ะ นี่ยังไม่นับเพลง OST. หรือดนตรีภายในเกมที่ทำมาได้เข้าสุดๆ กับเกมนี้อีก

เรื่องราว
เอาล่ะมาพูดถึง Story ของเกมกันบ้าง แต่ไม่ขอลงลึกมากนะครับไม่อยากสปอยเลยจริงๆ เรื่องราวคร่าวๆ ก็คือ การพูดถึงโลกหลังการล่มสลายของมนุษย์และสิ่งมีชีวิต เหมือนกับการเกิด Big Bang ที่เคยเกิดขึ้นมาก่อนที่จะก่อเกิดจักรวาล เมื่ออยู่ๆ เกิดเหตุการณ์ฝนประหลาดที่เรียกว่า Timefall ซึ่งตกลงมาและทำให้สิ่งที่สัมผัสกับมันเกิดการเร่งอายุขึ้นไปทั้งคน สัตว์ หรือแม้แต่สิ่งของ แถมกลายเป็นว่าโลกของเรานั้นเกิดการเชื่อมต่อกับโลกหลังความตายและเหล่าปิศาจหรือ BTs ที่มาพร้อมกับฝนก็พยายามที่จะกลืนกินมนุษย์ ทุกครั้งที่มันทำสำเร็จก็จะเกิดการระเบิดหรือ Voidout เป็นหลุมขนาดใหญ่คล้ายกับรอยอุกกาบาตพุ่งเข้าใส่โลก จนมนุษย์ต้องหลบหนีไปอยู่ใต้ดินและจัดทีมขนส่งขึ้นมาเพื่อพยายามขนศพที่ตายไปแอบเผาก่อนที่ BTs จะรู้ตัวและยังมีเรื่องของการขนทรัพยากรไปยังสถานีต่างๆ ด้วย เรารับบทเป็นตัวเอกคือ Sam Porter Bridges (Norman Reedus) ซึ่งทำหน้าที่เป็นพนักงานขนส่งนั่นเอง ส่วนเรื่องราวอื่นๆ ก็ต้องไปติดตามกันเอาเองในเกมครับ บอกไว้เลยว่าคัทซีนสวยงามและการเล่าเนื้อเรื่องในเกมไม่ได้ทำให้เข้าใจยากอย่างที่คิดเลย

เกมเพลย์
รูปแบบการเล่นภายในเกมนี้จะเป็น Action Open World Sandbox ที่เหมือนจะมีแค่การทำเควสท์ส่งของกับการสำรวจพื้นที่ แต่เอาเข้าจริงๆ แล้วมันไม่ได้มีแค่นั้นน่ะสิครับ ต้องเรียกว่าเป็นการส่งของแบบมีชั้นเชิงและอุปสรรคคอยขวางให้เราต้องคิด วางแผน และแก้ปัญหาอยู่ตลอดเวลา ลองคิดดูว่าถ้าเราต้องไปส่งของบางอย่างแต่ต้องมาคอยจัดการเรื่องน้ำหนัก การจัดวางของ กับเส้นทางและเวลาในการเดินทาง แค่นี้ก็อาจจะลำบากสำหรับบางคน แต่หากเพิ่มอุปสรรคเรื่องของโจรที่จะมาคอยปล้นหรือโจมตีเรา กับพวกปิศาจ Bts ที่จะมากลืนกินเรา แถมด้วยฝน Timefall ที่คอยตกลงมาเพื่อทำให้สิ่งของเราเสียหายอีก โอยยย แค่นี้ก็บันเทิงขนานใหญ่แล้วล่ะครับ ยังดีที่เราพอมีเจ้าหนูน้อย BB กับ Odradek Terrain Scanner ไว้ทำงานในเรื่องของการสแกนหา Bts คอยช่วยทำให้เรารู้ตัวเวลาเข้าใกล้ปิศาจอยู่บ้างแต่ก็ต้องแลกกับการดูแล BB Pod ให้ปลอดภัยไม่ทำน้องตกใจด้วย นอกจากนี้สำหรับคนที่คิดว่าเกมนี้มีแค่ส่งของอย่างเดียวเหรอก็ต้องบอกว่าในเกมมีระบบการต่อสู้ การหลบเร้น หรือการใช้พวกอาวุธ ระเบิด ในการต่อสู้กับศัตรูทั้งคนและปิศาจด้วย ยิ่งผ่าน EP3 ไปรับรองเลยว่าความมันส์ที่แท้จริงได้มาถึงมือคุณแล้ว ส่วนจะมันส์ยังไงก็ต้องไปเล่นเองอีกนั่นแหละ

สิ่งที่น่าประหลาดใจอีกอย่างของการเล่นก็คือตัวเกมมีการนำเอาระบบ Online คล้ายๆ กับในเกม Dark Souls เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย แต่บอกเลยว่าไม่ได้มีแค่การปักสัญญาณคอยบอกทาง หรือเขียนคำเตือนไว้เท่านั้น แต่มันยังพัฒนาไปจนถึงการช่วยเหลือกันของคนในเกมทั้งเกมโดยที่ไม่ต้องเจอตัวกันเลยก็ตาม เช่น การช่วยกันสร้างสะพาน การสร้างถนน หรือการวางบันไดกับเชือกไว้ให้คนที่ผ่านมาทีหลังได้ใช้งานด้วย การสร้าง Watch Tower ไว้ส่องแผนที่รอบๆ การสร้างเสา Generator ไว้ชาร์ทไฟฟ้าให้ยานพาหนะ เป็นต้น เป็นระบบออนไลน์ที่ไม่ต้องเจอตัวผู้เล่นคนอื่นและไม่จำเป็นต้องใช้ PLUS ของ PS4 อีกต่างหาก แต่มันเกิดขึ้นแล้วในเกมนี้ ซึ่งแน่นอนมันมีประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้เล่นคนอื่นๆ ลองคิดว่าเมื่อเราเดินไปถึงหน้าผาแต่ไม่รู้จะลงยังไงแล้วก็หันไปเห็นมีคนปักเชือกไว้ให้ หรือเจอแม่น้ำที่น้ำลึกมากแต่มีคนมาสร้างสะพานไว้ให้แล้ว แค่คิดก็น้ำตาจะไหลแล้วครับ แสดงถึงความมีน้ำใจและการเชื่อมต่อทุกคนเข้าด้วยกันจริงๆ อย่างไรก็ตามสิ่งก่อสร้างพวกนี้จะไม่อยู่ไปตลอดแน่นอนเพราะว่าเมื่อมันโดนฝนก็จะเสื่อมสลายไปตามกาลเวลาซึ่งคนที่ผ่านมาทีหลังสามารถมาคอยช่วยซ่อมหรืออัพเกรดพวกมันได้โดยการแบกวัตถุดิบต่างๆ มาใส่นั่นเอง

สรุป
Death Stranding ด้วยระบบการเล่นที่แปลกใหม่ กับเกมสไตล์ของโคจิม่าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวกับเรื่องของปรัชญาจึงอาจจะทำให้มันไม่ใช่เกมที่เหมาะกับทุกคน เกมนี้ภาพสวยมาก เพลงเพราะ เนื้อเรื่องน่าติดตามและเข้าใจง่ายกว่าที่คิดจริงๆ ถึงเกมจะเน้นเรื่องการส่งของแต่ก็เป็นการส่งของที่โครตตื่นเต้นและกดดัน แนะนำว่าให้เปิดใจลองเล่นดูครับแล้วจะเห็นถึงความหมายของการเชื่อมโยงทุกคนเข้าด้วยกันผ่านเกม Death Stranding นี้

ขอขอบคุณทาง Sony Interactive Entertainment สำหรับการสนับสนุนเกม Death Stranding เพื่อใช้ในการรีวิวในครั้งนี้ด้วยครับ

Comments

Share