[Review] Ghostrunner Demo นินจาไซเบอร์พังค์สุดเดือด

872 views
Share

หลังจากที่มีการทดสอบกันเป็นระยะๆ ล่าสุดก็เปิดให้ทุกคนได้เข้าไปลุย Ghostrunner เวอร์ชั่น Demo ผ่านทาง PC Steam เรียบร้อยแล้ว โดยวันนี้เรามีรีวิวของเกมนี้ในเวอร์ชั่นทดสอบมาให้อ่านกันด้วยครับ

Ghostrunner นั้นเป็นเกมที่พัฒนาโดยสตูดิโอสัญชาติโปร์แลนด์ชื่อว่า One More Level และมีผู้จัดจำหน่ายคือ All in! Games และ 505 Games ซึ่งตัวเกมนั้นเตรียมจะออกวางจำหน่ายให้เล่นกันทั้งบน PC, PS4, Xbox One และ Nintendo Switch ในวันที่ 27 ตุลาคมนี้

พูดถึงงานภาพในเกม Ghostrunner กันก่อนเลย โดยตัวเกมนั้นใช้ Unreal Engine 4 ในการพัฒนาและยังรองรับเทคโนโลยีของ RTX แบบจัดเต็ม ซึ่งรวมถึง Ray tracing เพิ่มความสวยงามและสมจริงของเงาสะท้อนวัตถุต่างๆ ได้แบบ Real-Time หลังจากที่ลองเล่นไปแล้วงานภาพทำออกมาได้ดีมาก พวก Effect หรือพื้นผิวต่างๆ ดูดี แถมโลกของเกมที่มีความเป็นไซเบอร์พังค์ยังให้สีสันของแสงที่จัดจ้านอีกด้วย แต่ด้วยความที่เป็นมุมมองบุคคลที่หนึ่ง บางครั้งก่อนหันมุนกล้องแบบเร็วๆ ก็อาจจะทำให้ปวดหัวได้

โลกของ Ghostrunner จะเป็นเหตุการณ์ในอนาคตหลังจากที่เกิดภัยพิบัติระดับโลก และมนุษย์ต้องอาศัยอยู่ในหอคอยที่สร้างโดย The Architect และถูกปกครองด้วย The Keymaster เราจะได้รับบทเป็นนักรบไซเบอร์เพียงคนเดียวที่จะต่อสู้กับศัตรูทั้งมนุษย์และเหล่าไซบอร์ก

ในเวอร์ชั่น Demo ที่ลองเล่นมานั้น รูปแบบการเล่นจะเป็นเกมแนว Single-player มุมมอง FPS ที่เน้นการเล่นที่รวดเร็ว ทั้งการเคลื่อนที่ของตัวละคร การเข้าไปฟาดฟันศัตรู มันเหมือนกับเกม 3D Parkour Platformer ที่ให้เราเล่นเป็นนินจาหุ่นยนต์ใช้ท่าทางของฟรีรันนิ่งวิ่งไปทั่วฉากและในขณะเดียวกันก็ต้องจัดการกับศัตรูไปด้วย มีการวิ่งไต่กำแพง ใช้เชือกเลเซอร์โหนข้ามไปมา และมีการสไลด์ไปกับพื้นเพื่อเพิ่มความรวดเร็ว

อาวุธที่มีให้เราเล่นใน Demo จะเป็นดาบคาตานะที่สามารถปัดกระสุนได้ และยังฟันศัตรูขาดเป็นชิ้นๆ ด้วย ยิ่งท่าตอนฟันแล้วสโลว์เลือดกระจายนี่เป็นอะไรที่สะใจมาก แต่เราไม่สามารถที่จะโดนศัตรูโจมตีได้เลย แค่โดนกระสุนหนึ่งนัดก็ตายทันที สาเหตุก็เพราะมันคือเกมที่เน้น Speedrunning เพื่อแข่งกับเวลา และยังสามารถแข่งขันกันทำเวลากับเพื่อนได้อีกต่างหาก เพราะเวลาที่เราผ่านด่านได้จะมีไปโชว์เป็นสถิติไว้ใน leader board นั่นเอง

Ghostrunner คือส่วนผสมระหว่างเกม Mirrior’s Edge ที่เน้นการฟรีรันนิ่งกับปีนป่ายเข้ากับเกม Dishonored ที่เน้นเรื่องการลอบฆ่า ส่วนเป้าหมายและความท้าทายของเกมนี้คือการทำเวลาให้ดีที่สุดเพื่อที่จะผ่านด่านนั้นๆ ได้ โดยที่ห้ามโดนถูกโจมตี แต่เราเองก็สามารถที่จะฆ่าศัตรูได้ในการโจมตีเพียงครั้งเดียว (one-hit-one-kill) เช่นกัน ส่วนงานกาพกราฟิกนั้นสวยงามสุดๆ คงต้องรอดูว่าในเกมตัวเต็มจะมีเนื้อเรื่องให้น่าติดตามแค่ไหนหรือมีอะไรให้เล่นเพิ่มเติมอีกบ้าง

Ghostrunner มีกำหนดวางจำหน่ายบน PlayStation 4, Xbox One, Nintendo Switch และ PC ผ่านร้านค้า Steam, Epic Games Store และ GOG ในวันที่ 27 ตุลาคม สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://ghostrunnergame.com/

Share

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Destiny 2: Beyond Light ปล่อยตัวอย่างใหม่ก่อนที่จะปล่อย Expansion เร็วๆ นี้
Magatsu Wahrheit ยืนยันแล้วว่าเปิดให้บริการเวอร์ชั่น Global แน่นอน
[LOL Wild Rift] นักผจญภัยผู้ห้าวหาญ Ezreal สาย ADC ปิ้วๆๆ
HYPER SCAPE ปล่อยอีเวนต์ฮัลโลวีนให้ได้สนุกกันแล้ว
The Sims 4 ต้อนรับสู่ความหนาว เปิดตัวภาคเสริม Snowy Escape Expansion
GODLIKE GAMES ประกาศ พร้อมเปิดให้บริการ Icarus Online ในไทย เร็วๆ นี้