[Review] Ratchet & Clank: Rift Apart การผจญภัยสุดสนุกทะลุมิติ

640 views
Share

อยู่คู่กับ PlayStation มาอย่างยาวนานสำหรับคู่หู Ratchet & Clank หลายคนคงจะเคยได้เล่นกันมาตั้งแต่สมัยเครื่อง PS2 จนปัจจุบันก็ถึงเวลาที่สองคู่หูจะกลับมาผจญภัยกันอีกครั้งบนเครื่องคอนโซลยุคใหม่อย่าง PS5 ในภาคที่ชื่อว่า Ratchet & Clank: Rift Apart ผลงานการพัฒนาโดยสตูดิโอ Insomniac Games ซึ่งปัจจุบนอยู่ในเครือ PlayStation Studio นั่นเอง โดยทาง Compgamer ก็มีโอกาศได้เข้าไปเล่นเกมนี้ก่อนที่ตัวเกมจะวางจำหน่ายจริงด้วย ซึ่งเราจะมารีวิวรายละเอียดในเกมและความรู้สึกที่ได้เล่นเกมนี้ให้อ่านกันครับ

เนื้อเรื่อง
แม้ว่าเรื่องราวของ Ratchet & Clank จะอยู่มาอย่างยาวนาน แต่สำหรับคนที่ยังไม่เคยเล่นภาคเก่าๆ หรือผู้เล่นหน้าใหม่ก็สามารถที่จะสนุกและเข้าใจไปกับเนื้อเรื่องในภาคนี้ได้อย่างง่ายดาย หรือถ้าใครอยากรื้อฟื้นซักนิดก็แนะนำให้กลับไปเล่น Ratchet & Clank บนเครื่อง PS4 ที่เพิ่งแจกฟรีไปก็ได้ซึ่งจะทำให้อินกับตัวละครกันมากขึ้นและเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงในภาคใหม่ของ PS5 ได้อย่างชัดเจน

เรื่องราวของ Ratchet & Clank: Rift Apart ในครั้งนี้เริ่มต้นที่งานฉลองซึ่งจัดให้กับ Ratchet & Clank ที่ยิ่งใหญ่และตื่นตาตื่นใจมาก แต่ก็เกิดเรื่องขึ้นจนได้เมื่อวายร้ายคู่ปรับอย่าง Doctor Nefarious เข้ามาก่อกวนและแย่งชิงปืน Dimensionator ซึ่ง Clank ตั้งใจจะมอบเป็นของขวัญให้กับ Ratchet ในการใช้เดินทางตามหา Lombax ในมิติอื่นๆ แต่การต่อสู้แย่งชิงในครั้งนี้กลับทำให้เกินรอยแตกของมิติขึ้นไปทั่วจักรวาล สร้างความปั่นป่วนไปทุกที่จนทำให้ Clank เกิดหลงกับ Ratchet ไปในมิติอื่น ตัวเราจึงต้องออกเดินทางเพื่อกอบกู้จักวาลและตามหาเพื่อนรักไปในคราวเดียวกัน หลังจากนี้การผจญภัยสุดมันส์จึงได้เริ่มต้นขึ้น !! แถมยังได้เจอกับตัวละครใหม่ Lombax สาวสวยที่ชื่อว่า Rivet อีกต่างหาก ส่วนจะเป็นยังไงต่อก็ไปติดตามกันต่อในเกมได้เลยครับ

เกมเพลย์
Ratchet & Clank: Rift Apart ยังคงรูปแบบในการเล่นที่เป็น Action Shooter Adventure ในมุมมอง TPS ซึ่งมีเรื่องของการแก้ปริศนาบางส่วนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย โลกในเกมจะเป็นแนว Sci-fi เหมือนเดิมแต่มีการเพิ่มโลกต่างมิติเข้ามา ทำให้เราได้เห็นดาวต่างๆ ที่มีทั้งสภาพแวดล้อมและรายละเอียดของฉากที่แตกต่างกัน ซึ่งแต่ละดาวก็จะมีเอกลักษณ์และความน่าสนใจในแบบของตัวเอง รวมไปถึงเหล่าศัตรูด้วย ตัวเรามีหน้าที่ในการผจญภัยไปตามเนื้อเรื่องที่เป็นส้นตรงและลุยไปยังดาวต่างๆ ใช้อาวุธปืนที่มีอยู่มากมายหลายแบบในการยิงต่อสู้กับศัตรู ซึ่งอาวุธในแต่ละกระบอกก็มีลูกเล่นในการยิงที่ต่างกันออกไป เช่น ปืนกลรัว ปืนยิงมิสไซส์ ปืนไฟฟ้า หรือปืนที่ยิงออกไปแล้วกระสุนจะวนโจมตีได้ต่อเนื่อง เป็นต้น รวมถึงบรรดาระเบิดที่ใช้สำหรับการขว้างด้วยที่มีทั้งระเบิดทำลาย หรือระบายที่ตรึงศัตรูให้หยุดนิ่ง โดยอาวุธนั้นสามารถปลดล๊อคซื้อชิ้นใหม่ๆ ได้ตามร้านค้าและยังสามารถที่จะอัพเกรดเพื่อเพิ่มความสามารถและประสิทธิภาพได้อีกด้วย แต่ก็ไม่ใช่จะเน้นด้วยการยิงเท่านั้นเพราะยังมีอาวุธสำหรับหวดโจมตีในระยะใกล้ด้วย

นอกจากการยิงต่อสู้กับศัตรูแล้ว ในภาคนี้ลูกเล่นที่สำคัญอีกอย่างก็คือ รอยแตกของมิติ ที่เราสามารถใช้อุปกรณ์ Rift Tether ในการยิงไปที่รอยแตกแล้วตัวเราจะพุ่งทะลุรอยแตกของมิตินั้นๆ ได้ ซึ่งประโยชน์ของมันก็คือการใช้สำหรับหลบหลีกศัตรู หรือการเข้าไปประชิดตัวกับย้ายที่อย่างรวดเร็วนั่นเอง ด้วยประสิทธิภาพของ PS5 จึงทำให้การเคลื่อนที่ทะลุรอยแตกของมิตินี้ทำได้อย่างรวดเร็วและลื่นไหลมากๆ และในบางด่านจะมีรอยแตกที่ซ่อนอยู่เพื่อทะลุเข้าไปเก็บไอเทมพิเศษได้อีกต่างหาก

กราฟิก
Ratchet & Clank: Rift Apart นำเสนอกราฟิกในเกมออกมาได้อย่างสวยงาม สีสันสดใส และคมชัด ถือเป็นเกมที่ชูประสิทธิภาพของเครื่อง PS5 ได้อย่างดีอีกหนึ่งเกม ความละเอียดของฉาก รายละเอียดเส้นขนของตัวละคร Effect สีต่างๆ เล่นแล้วมันตื่นตาตื่นใจมากๆ ฉากเกมเพลย์กับฉากคัทซีนนั้นแทบจะเป็นเนื้อเดียวกัน แถมตัดสลับกันอย่างลื่นไหลไร้การโหลด ยิ่งตัวเกมมีการรองรับ RayTracing ช่วยเพิ่มการสะท้อนบนผิวน้ำ หรือแสงไฟด้วยแล้วยิ่งทำให้เป็นเกมผจญภัยที่ดูดีมากๆ ยิ่งเรื่องระบบฟิสิกส์ของฉากที่โดยทำลาย กล่องลัง การระเบิด ชิ้นส่วนที่แตกกระจายทำออกมาได้ดีสุดๆ หากเราสังเกตดีๆ เวลาเรายิงจนศัตรูที่เป็นหุ่นยนต์ระเบิดจะมีชิ้นส่วนหลุดกระจายให้ได้เห็นกันเลยทีเดียว

สรุป
ส่วนตัวแล้วประทับใจกับ Ratchet & Clank: Rift Apart อย่างมาก มันเป็นเกมที่ดึงประสิทธิภาพของ PS5 ได้อย่างดีเยี่ยม ไม่ว่าจะด้านกราฟิกที่สวยงาม การโหลดอันรวดเร็วของ SSD รวมถึงฟีเจอร์ของจอย DualSense ที่ให้การสั่นที่สมจริงหรือจะ Adaptive Trigger ที่ให้สัมผัสของการเหนี่ยวไกอาวุธปืนที่แตกต่างกันไปในแต่ละกระบอก แม้ว่าเนื้อเรื่องในเกมจะเป็นตามสูตรทั่วไปและไม่มีอะไรซับซ้อนแต่ก็ถือว่าส่วนประกอบทั้งหมดมันทำให้เกมนี้น่าเล่นมากๆ ส่วนคนที่ชอบถ่ายรูปเกมนี้ก็มี Photo Mode ที่ละเอียดยิบให้ปรับแต่งกันได้ตามชอบ อย่าลืมไปหาซื้อกันได้ ตัวเกมพร้อมวางจำหน่ายเฉพาะบนเครื่อง PS5 ในวันที่ 11 มิถุนายน 2021 นี้

สำหรับในช่วงที่ทดสอบเกมเราได้เล่นในกราฟิกแบบ Fidelity หรือแบบ 4k 30fps ที่มี Ray tracing เท่านั้น แต่ละสุดทางทีมพัฒนามีการอัพเดทเพิ่มตัวเลือกกราฟิกเข้ามาให้เลือกใช้ได้ 3 แบบคือ

– Fidelity แสดงผลภาพ 4K / 30fps มี Ray tracing (ค่าเริ่มต้น)
– Performance แสดงผลภาพแบบ dynamic 4K / 60fps ไม่มี Ray tracing
– Performance RT แสดงผลภาพแบบ dynamic 4K / 60fps มี Ray tracing

คะแนนรีวิว 9/10

Share

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Kimetsu no Yaiba – The Hinokami Chronicles ประกาศเปิดตัวเดือนตุลา
Bright Memory: Infinite ปล่อยตัวอย่างเกมเพลย์ใหม่ออกมา
Assassin’s Creed Valhalla ประกาศคอนเทนต์ประจำปีที่สอง
Eiyuden Chronicle: Hundred Heroes ปล่อยตัวอย่างใหม่พร้อมเผยภาคแยก
แฮปปี้คนเลี้ยงหมู Mobile เปิดให้บริการแล้ววันนี้จำนวนจำกัด
Guilty Gear: Strive เพียงไม่กี่วันสามารถขายได้แล้วกว่า 3แสนชุด