[รีวิว] Huawei Mateview GT ใหญ่จุใจ ดีไซต์สุดหรูหรา คุ้มค่าราคา มาพร้อมออฟชั่นแบบจัดเต็ม

9,280 views
Share

ในช่วงนี้เชื่อว่าหลายๆ คนคงจะ Work From Home อยู่กับบ้านรวมทั้งตัวของหลิวเองด้วย เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดและการติดเชื้อ COVID-19 ที่ตอนนี้ถึงแม้ว่ายอดตัวเลขของผู้ติดเชื้อจะลดลง ยอดคนหายป่วยจะเพิ่มขึ้นก็ตาม แต่ก็ยังห้ามประมาทกับการใช้ชีวิตในแต่ละวัน และด้วยการที่หลายๆ คนกำลัง Work From Home อยู่กับบ้าน แน่นอนว่า  “คอมพิวเตอร์” ถือเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญ รวมไปถึง “จอมอนิเตอร์” เพราะอะไรน่ะหรอ? หลายคนอาจจะเกิดคำถามนี้ขึ้นมาในใจ

ที่หลิวบอกว่า “จอมอนิเตอร์” เป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้เครื่องคอมพิวเตอร์นั่นเป็นเพราะ ถ้าหากเรามีเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ดี และแรงแค่ไหนแต่ถ้าหากจอมอนิเตอร์เป็นแบบปกติทั่วไป ไม่สามารถแสดงภาพที่มีคุณภาพที่ดี ไม่ว่าจะเป็นการดูหนัง เล่นเกม หรือแม้แต่การทำงานกราฟิกทั่วๆ ไป ก็ทำให้เสียอรรถรสในการใช้งานได้เหมือนกัน ยิ่งเป็น “จอมอนิเตอร์” ที่เรานำมาแนะนำกันในวันนี้ด้วยแล้วล่ะก็ บอกได้เลยว่าจะช่วยทำให้หลายๆ คนเพลิดเพลินไปกับการทำงานอยู่กับบ้าน ดูหนัง เล่นเกม ผ่านหน้าจอของ Huawei Mateview GT ด้วยแล้วล่ะก็ จะยิ่งทำให้ผู้ใช้งานอยู่กับหน้าจอแบบเพลิดเพลินไปตลอดทั้งวันกันเลยทีเดียว

เอาล่ะ เกริ่นกันมาพอหอมปากหอมคอกันไปแล้ว วันนี้หลิวมาพร้อมกับสินค้าที่ตอบโจทย์ชีวิตแบบ New normal ในปัจจุบันมากๆ เพราะชีวิตทุกวันนี้เราต้องเปลี่ยนมา WFH แล้วก็ต้องใช้เวลาอยู่กับบ้านกันซะส่วนใหญ่ ตัวหลิวเองก็นั่งอยู่บ้านจนใกล้จะเป็นแผลกดทับแล้วเหมือนกัน

ซึ่งสินค้าที่ว่านี้ก็คือ Huawei Mateview GT จอเกมส์มิ่งรุ่นแรกของทางแบรนด์ Huawei ที่คุณภาพครบเครื่องมากๆ จอตัวนี้รองรับระบบเทคโนโลยี Huawei Ecosystem ซึ่งเป็นระบบที่ทาง Huawei ตั้งใจพัฒนามาระยะเวลาหนึ่งแล้วค่ะ เทคโนโลยีนี้จะช่วยให้คุณสามารถเชื่อมต่อกับทุกอุปกรณ์ต่างๆในอนาคตได้แบบไร้รอยต่ออีกด้วย ก็ต้องยอมรับตรงนี้ว่า Huawei เค้าพัฒนาไม่หยุด แล้วก็เปิดตัวจอตัวนี้มาได้แรงไม่เบาเลยทีเดียว

 

 

Huawei Mateview GT ตัวนี้หลิวบอกเลยว่าดีไซน์โดดเด่น อลังการดาวล้านดวงมากๆ พูดลอยๆ เดี๋ยวจะหาว่า เอ๊ออออ…. หลิวเว่อร์ไปอะไรไปหรือเปล่า? เอาเป็นว่าให้ภาพข้างล่างเล่าเรื่องเนอะ

จอตัวนี้ถูกออกมาแบบมาให้เป็นหน้าจอสำหรับการเล่นเกมส์ระดับสูง ดีไซน์แบบ Ultra wide 34” Curved Monitor  ให้ความละเอียดอยู่ที่ 3K มีอัตราค่า Refresh Rate สูงถึง 165 Hz และมีอัตราส่วนอยู่ที่ 21:9 ตัวจอสามารถปรับระดับความสูงขึ้น-ลง และปรับองศาเอียงหน้าจอได้อีกด้วย หรือถ้าใครเบื่อๆแบบตั้งโต๊ะแล้ว อยากจะย้ายไปแขวนผนังก็สามารถทำได้เช่นกันนะคะ

 

นอกจากเรื่องของดีไซน์ที่ส่วนตัวหลิวชอบมากๆแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่ตราตรึงใจมากๆตอนที่เห็น ก็คือ Sound bar  ของเค้าค่ะ! คุณคะ… โดยปกติจอทั่วๆไปจะมีลำโพง Build in มาอยู่ภายในจอ แต่จะมีจอเกมส์มิ่งซักกี่รุ่นบนโลกที่ถูกออกแบบมาครบครัน ติด Sound bar มาช่วยเป็นอาวุธรบอีก คุณไม่จำเป็นต้องเจียดงบประมาณในกระเป๋าเพิ่มเติมในยุคแห่งความทรหดอดทนนี้ ในการลงทุนหาซื้อ Sound bar มาเพิ่มเลย เพราะ Huawei เค้ามีมาให้ครบแล้ว นอกจากจะช่วยให้ดีไซน์ดูเก๋ ดูทันสมัยแล้ว ยังตอบโจทย์ในเรื่องของคุณภาพเสียงอีกด้วยนะ ที่สำคัญยังช่วยประหยัดงบในกระเป๋าให้เราได้อีกด้วย เพราะถ้าหากเราจะไปหาลำโพงดีๆ มาใช้งานสักคู่แน่นอนว่าต้องมีหลักพันบาทขึ้นไป แต่ใน Huawei Mateview GT บอกได้เลยว่าเค้ามาพร้อมของดีในตัว

 

แล้วก็ไม่ได้ตอบโจทย์แค่คอเกมส์อย่างเดียวนะขอบอกก่อน สำหรับคุณพ่อบ้านทั้งหลายที่มีปัญหากับคุณแม่ๆ เค้าบ่อยๆ เวลาจะขออนุมัติงบซื้อจอเกมส์มิ่งสักตัว บางทีแค่ได้ยินว่าจอเกมส์มิ่ง งบประมาณก็ถูกปัดตกไปแต่แรกแล้ว ช้ำใจแค่ไหนก็ได้แต่ทน

 

แต่บอกเลยว่า Huawei Mateview GT ตัวนี้จะทำให้ชีวิตคุณดีขึ้น เพราะนอกจากคุณจะได้เล่นเกมส์แล้ว แม่ๆ เค้าก็ยังสามารถมาเอนจอยกับการดูซีรีส์ยาวๆ หรือการฟังเพลงเพลินๆ กับเจ้าจอตัวนี้ได้ด้วย เรียกได้ว่า win-win ทั้งสองฝ่าย

ส่วนถ้าคอเกมส์มิ่งสงสัยว่า ซื้อไปแล้วจะดีไหม จอตัวนี้มีอะไรที่จะมาช่วยอวยยศให้คนเล่นเกมส์อย่างเราๆ ได้บ้าง มากองรวมกันตรงนี้ค่ะ เดี๋ยวหลิวจะชี้แจงรายละเอียดที่ทุกคนควรรู้ไว้ให้ค่ะ ….. เริ่มจาก

Huawei Mateview GT ตัวนี้ เป็นจอ IPS ขนาด 34 นิ้ว ความละเอียดอยู่ที่ 3440×1440  ค่าขอบโค้งอยู่ที่ 1500R ซึ่งข้อดีของเค้าคือ เค้าจะทำให้คุณสามารถมองเห็นได้ในทุกมุมมอง ไม่ว่าคุณจะมองจากมุมไหนก็จะได้ภาพที่เหมือนกัน

 

แล้วเนื่องด้วยเค้าเป็นจอที่มีดีไซน์แบบโค้งและยาว จึงมาด้วยอัตราส่วน 21:9 ที่จะยิ่งช่วยให้คุณสามารถมองเห็นภาพได้กว้างกว่าจอปกติทั่วๆไป ทำให้คุณได้เปรียบผู้เล่นอื่นอย่างเห็นได้ชัด แถมเจ้าหน้าจอตัวนี้แสดงผล 3K อีกด้วย ทำให้คุณเก็บรายละเอียดได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยแน่นอน

 

ส่วนการแสดงผลของสี จอนี้ให้ช่วงสี DCI-P3 มากถึง 90% และค่าสี 10bit-1.07 พันล้านสี ดังนั้นเค้าจะแสดงผลสีต่างๆ ได้อย่างไม่ผิดเพี้ยน ตรงกับสีจริง และเป็นธรรมชาติมากๆ เพราะมีค่า Delta E < 2  ใครจะมาบอกว่าสีไม่สำคัญ หลิวคงจะเถียงขาดใจ เพราะสีสำคัญจริงๆ สำหรับหลิว ถ้าสีสวย สีจริง สีตรง ก็ทำให้เราได้อรรถรสในการใช้งานได้มากขึ้นในทุกๆ แง่มุม ทั้งเล่นเกมส์ ดูหนัง หรือแม้กระทั่งสำหรับคนที่ทำงาน

 

ต่อไปคือเรื่องของความสว่าง ตัวนี้ความสว่างอยู่ที่ 350nits ซึ่งช่วยต้านแสงสะท้อนในกรณีที่เราใช้งานหน้าจอในที่ที่มีแสงเยอะมากเกินไปได้ดี และยังมีข้อดีมากกว่านั้น คือทำให้เราสามารถมองเห็นรายละเอียดในส่วนที่มืดๆเวลาที่จอโดนแสงสะท้อนได้ดีมากขึ้นด้วย

 

มาถึงส่วนที่สำคัญมากๆ ของจอเกมส์มิ่ง ที่เกมส์เมอร์ทุกคนอยากรู้คือ ค่า Refresh Rate ของจอ เพราะถ้าจอไหนมีค่า Refresh Rate สูงก็จะยิ่งมีผลต่อความลื่นไหลในการเล่นเกมส์ โดยทั่วไปที่หลิวเคยเจอมา ส่วนมากจะอยู่ที่ 120-144Hz แต่เจ้าตัว Huawei Mateview GT ตัวเนี้ยยยยยย มีค่า Refresh Rate สูงถึง 165Hz ไปเลยจ้า! สูงทะลุฝ้า ทะลุเพดาน เล่นเกมส์เอย ดูหนังเอย ลื่นเป็นปลาไหลกันเลยทีเดียว ลื่นแบบหัวร้างข้างแตก

( สามารถแสดงผลค่า Refresh Rate ได้ทั้งมุมด้านซ้ายและด้านขวา )

 

นอกจากนี้ Huawei Mateview GT ยังได้มาตรฐานจาก TÜV Rhineland ด้วย ถ้าคุณกำลังเอียงคอ งง ว่า TÜV Rhineland คือใคร พูดง่ายๆเค้าเปรียบเสมือน อย. สำหรับสินค้าอุตสาหกรรมแหละค่ะ ถ้าได้รับการรับรองจากเค้าก็คือสบายใจ หายห่วง สินค้าที่คุณได้ไป คือได้มาตรฐานตามหลักสากลโลกแน่นอน ส่วนใครที่กังวลว่า ถ้า Spec จอเค้าดีขนาดนี้ แล้วเราต้องใช้เวลาอยู่กับหน้าจอนานๆ ตาเราจะเหนื่อยจะล้าไหม ก็ไม่ต้องห่วงนะคะ เพราะว่าเค้ามี Low Blue Light certification นะคะ จอตัวนี้ถูกออกแบบมาโดยมีค่าแสงสีฟ้าที่เป็นอันตรายต่อดวงตาเราต่ำค่ะ สบายใจได้จ้า

 

Sound Bar

อันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของเจ้า Huawei Mateview GT ตัวนี้เช่นกัน เพราะน้องเค้าสวยงาม แข็งแรงทนทาน แถมที่ทำให้กรี๊ดมากๆ คือเค้ามีเพิ่มลูกเล่น RGB มาให้เราปรับแต่ง Mood and tone สีตามที่เราชอบได้ด้วย แถมการใช้งานก็ง่ายและสะดวกมากๆ เพราะใช้แค่นิ้วในการแตะหรือสไลด์ซ้าย-ขวา เพื่อเพิ่มเสียงหรือลดเสียงได้เลย คือสะดวกมากจริงๆ

( ใช้นิ้วมือสัมผัสเลื่อนซ้าย-ขวาเพื่อปรับระดับเสียงได้เลย )

 

Sound Bar ตัวนี้มาด้วยกำลังขับ 5W พร้อมกับฝังไมค์คู่ที่สามารถตัดเสียงรบกวนได้ในระยะถึง 4 เมตรมาในตัว นั่นหมายถึงคุณจะสามารถพูดคุยและรับฟังเสียงเพื่อนๆในทีมของคุณได้ง่าย และชัดเจน โดยไม่ต้องต่อไมค์และเสียบหูฟังให้พะรุงพะรังอีกต่อไป

และด้วยเทคโนโลยีการตัดเสียงในระยะ 4 เมตรนี้ จะทำให้เพื่อนร่วมทีมสามารถได้ยินเสียงคุณแบบ Clear and Loud ชัดเป๊ะทุกคำ โดยไม่มีเสียงรบกวนแน่นอน อรรถรสสุดๆไปเลยเนอะ

 

Ports ต่างๆ

เรื่องนี้ก็ไม่พูดไม่ได้จริงๆ เพราะว่าจอตัวนี้มีพอร์ตเยอะมากกกกกก เรียกได้ว่าเยอะที่สุดเท่าที่หลิวเคยเห็นมาเลย มีอะไรบ้างมาดูกันค่ะ

  • Display Port x 1
  • HDMI 2.0 x 2
  • USB-C Power x 1
  • Full Function USB-C x 1
  • Headphone/ Microphone Combo Port x 1

เยอะไหมหล่ะคะ? เยอะจริงๆนะคะ เรียกว่าครบ จบที่เครื่องเดียวมากๆ Huawei เครื่องนี้เอาอยู่ค่ะ

 

Gaming Assistance

­

Dark field Control : โหมดนี้ไม่มีไม่ได้สำหรับจอเกมส์มิ่ง เพราะเค้าจะช่วยปรับความสว่างของสภาพแวดล้อมที่มืดๆ ในเกมส์ หรือตามจุดบอดต่างๆ ที่เรามองเห็นได้ยาก ทำให้เราเห็นรายละเอียดในจุดมืดๆ ตรงนั้นได้ดีขึ้น ศัตรูอยู่ไหน รู้หมด เห็นหมด ไม่หงุดหงิดแล้วจ้า

Crosshair : โหมดนี้คนเล่นเกมส์ก็คงรู้ๆ กันอยู่แล้วเนอะ ว่าเค้าจะช่วยขึ้นเป้ายิงศัตรูให้เรา แต่ตัวนี้จะขึ้นเป้าให้แบบเสถียรและไม่ขยาย และล็อคเป้าศัตรูให้เราตลอดเวลาค่ะ

Multiple Mode : โหมดนี้จะให้เราสามารถปรับภาพให้เหมาะสมกับแนวเกมส์ที่เราเล่นได้ โดยมีโหมดมาให้ครบๆตามนี้ค่ะ

  • FPS Mode หรือ โหมด First Person
  • MOBA Mode
  • RTS Mode
  • MOVIE Mode
  • Scenery Mode

โดยการควบคุม ปรับแต่งหน้าจอในโหมดต่างๆ ที่บอกไป เราก็ทำได้ง่ายๆ เพราะเค้ามีระบบ OSD System ซึ่งก็คือ คุณจะใช้แค่ปุ่มเดียวเท่านั้นที่อยู่ใต้จอ บังคับแบบ Joy Stick ได้เลย เค้าออกแบบมาเมนูฟังก์ชั่นต่างๆ มาให้ดูง่ายและเข้าใจง่ายด้วย โดยรวมคือใช้งานได้แบบอีซี่และสะดวกมากๆ ค่ะ

และทั้งหมดที่บอกมาก็คือ Huawei Mateview GT ค่ะ จอเกมส์มิ่งรุ่นแรกของทาง Huawei พูดจากประสบการณ์และจากความรู้สึกจริงๆ สำหรับหลิวเอง หลิวค่อนข้างจะว้าวกับจอตัวนี้ประมาณนึงเลยนะคะ เพราะสำหรับคนแบบหลิวเองคลุกคลีกับการเล่นเกมส์ด้วย แล้วก็ทำงานที่ต้องใช้โปรแกรมเกี่ยวกับการปรับแต่งรูปภาพหนักๆ แล้วก็ดูหนังหนักมากจริงๆ เป็นสายบันเทิงเต็มตัว หลิวว่าจอตัวนี้ตอบโจทย์หลิวนะคะ

 

ด้วยตัวดีไซน์แล้วก็หนึ่ง เจอฟังก์ชั่นประกอบไปอีกแต่ละอย่างก็คือแฮปปี้ นั่งยิ้มหวานๆ ถ้าผู้ชายที่บ้านขอไปซื้อก็คือไม่ติดอะไร … ไปได้เลยจ้า สนับสนุนให้ซื้อจริงๆ ส่วนราคา หลายคนคงสงสัยว่าจัดเต็มมาขนาดนี้ ราคาจะเป็นยังไงบ้าง … ไม่ต้องคิดมากค่ะ ราคามาแบบจบๆ อยู่ที่ 17,990 บาท สมเหตุสมผล ซื้อแล้วใช้คุ้ม ใช้ไปยาวๆ ไม่ต้องซื้ออะไรเพิ่มเติมให้งบบานปลาย

 

ใครสนใจก็ไปหารับมาเป็นเจ้าของกันได้ที่ Huawei Experience Store และช่องทางออนไลน์ ได้แก่ Huawei Store และร้านค้าอย่างเป็นทางการของ Huawei ที่ Lazada และ Shopee ได้เลยนะคะ

 

ส่วนใครที่อยากจะติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับจอ Huawei Mateview GT ก็ไปติดตามเพิ่มเติมได้ที่ Link ด้านล่างนี้เลยค่ะ https://consumer.huawei.com/th/shop/product/huawei-mateview-gt/

 

แต่ถ้าหากคุณถูกใจแล้วก็แอบหลงรัก Huawei ขึ้นมา แล้วอยากติดตามอัพเดตผลิตภัณฑ์ต่างๆของทางแบรนด์เค้า เหมือนเวลาที่เราติดตามคนที่เราแอบรัก ก็สามารถเข้าไปติดตามกันได้ตามช่องทางต่างๆข้างล่างนี้ได้เลยน๊า

Website: http://consumer.huawei.com/th

Facebook: http://www.facebook.com/HuaweiMobileTH

Instagram: Huawei.TH

LINE: HuaweiMobileThailand

วันนี้หลิวไปก่อนแล้วนะคะ เป็นรีวิวที่จบแบบแฮปปี้ นั่งยิ้มหวานระหว่างรีวิวจริงๆ เป็นกำลังใจให้ทุกคนนะคะ อย่าลืมยิ้มกันเยอะๆ ดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะ ขอให้ทุกคนแข็งแรงและมีความสุขค่ะ  แล้วเราจะผ่านทุกวิกฤตนี้ไปด้วยกันค่า

Share

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โหมดเกมชนะรางวัล UNEP Choice ของ Anno 1800 พร้อมปล่อยให้เล่น 14 ธันวาคมนี้
PS Plus ประกาศรายชื่อเกมแจกฟรีประจำเดือนธันวาคม 2021
Fantasy Life Online พร้อมให้ดาวน์โหลดล่วงหน้าแล้ววันนี้
Gal Gun: Double Peace เตรียมลง Switch 17 มีนาคม 2022
Guilty Gear: Strive ประกาศเปิดตัวละคร DLC ใหม่ในชื่อ Baiken
DNF DUEL ประกาศตัวอย่างใหม่ Ranger คนนอกกฏหมายสุดแม่น