[Review] Elden Ring ก้าวสำคัญสู่ดินแดนแห่งมัชฌิมา กับสุดยอดเกม Action RPG โหดหินอันน่าตื่นตา

13,217 views
Share

ณ เวลานี้คงต้องบอกว่ากลายเป็นเกมที่กระแสมาแรงมากๆ สำหรับ Elden Ring เอาจริงๆ มันก็อยู่ในความสนใจจากแฟนๆ ตั้งแต่เกมเปิดตัวแล้ว แต่พอตัวเกมวางจำหน่ายแล้วได้ลองเข้าไปเล่นกันจริงๆ ก็ถึงกับทึ่งไปกับความอลังการในโลก Open World ที่ทำให้เกมแนวโซลเกมนี้เติบโตขึ้นในทุกๆ ด้าน แม้ว่ามันจะยังคงเป็นเกมเฉพาะกลุ่มและไม่ได้เหมาะสำหรับทุกคนก็ตาม วันนี้เราจะมารีวิวและพูดถึงประสบการณ์หลังจากที่ได้เล่นเกมนี้มาให้อ่านกันครับ

Elden Ring เป็นผลงานการพัฒนาโดย FromSoftware ซึ่งหลายคนคงจะรู้จักกันดีอยู่แล้วกับผลงานที่ผ่านๆ มาของค่ายนี้ไม่ว่าจะเป็นเกมตระกูล Dark Souls, Bloodborne หรือ Sekiro: Shadows Die Twice โดยทุกเกมที่กล่าวมาบอกเล่นขึ้นชื่อในเรื่องของความยากและโหดจนต้องปาจอยกันทั้งนั้น แต่การกลับมาในครั้งนี้กับผลงานใหม่ Elden Ring พวกเค้าหยิบจับเอาส่วนที่ดีๆ ของเกมรุ่นพี่มาต่อยอด ปรับปรุง และใส่ไอเดียใหม่ๆ เข้าไปจนทำให้มันกลายเป็นว่าที่เกมยอดเยี่ยมแห่งปีไปเลยทีเดียว

เนื้อเรื่อง
“The Golden Order ได้พังทลาย ใน Lands Between (ดินแดนมัชฌิมา) ที่ปกครองโดย Queen Marika ผู้เป็นนิรันดร์ Elden Ring ซึ่งเป็นแหล่งที่มาของ Erdtree ได้แตกออกเป็นเสี่ยงๆ และลูกหลานของ Marika ล้วนเป็นกึ่งเทพทั้งหมด ได้รับเศษชิ้นส่วนของ Elden Ring หรือที่เรียกว่า Great Runes ไป และด้วยความแข็งแกร่งของมันทำให้จุดเป็นประกายสงครามที่ชื่อว่า The Shattering ซึ่งการก่อสงครามก็หมายถึงการถูก Greater Will ทอดทิ้งและบัดนี้เส้นทางแห่งความเมตตาจะตกไปอยู่กับ Tarnished (ผู้มัวหมอง) ที่ถูกความเมตตาของพระเจ้าปฏิเสธและเนรเทศจากดินแดน Lands Between ในสภาพกึ่งเป็นกึ่งตาย คุณจะต้องไปตามเส้นทางสู่ Lands Between ที่อยู่เหนือทะเลหมอกเพื่อยืนต่อหน้า Elden Ring และกลายเป็น Elden Lord”

ข้างต้นคือเรื่องราวที่ทางตัวเกมเกริ่นไว้ให้พวกเรา ซึ่งความสุดยอดของมันก็คือการที่ตัวเกมได้ทาง George R.R. Martin (ผู้ให้กำเนิด Game of Thrones) มาเขียนเรื่องราวโครงเรื่องให้จนกลายเป็นโลกขนาดใหญ่ที่น่าค้นหาและออกไปผจัญภัย มันดูมีมิติและทำให้โลก Open World ของเกมนี้ยิ่งใหญ่สมกับที่หลายๆ คนรอคอยจริงๆ เกมจะยังคงไม่ได้บอกเรื่องราวเราตรงๆ เหมือนอย่างเคย แต่ผู้เล่นจะต้องคอยค้นหา NPC พูดคุยและติดตามเนื้อเรื่องผ่านบทสนทนาหรือเอกสาร เควสท์ต่างๆ ที่เราพบเจอในเกม

เกมเพลย์
เมื่อ Elden Ring กลายเป็นโลกเปิดกว้างแบบ Open World ไม่เหมือนกับเกมรุ่นพี่ที่ผ่านมา สิ่งหนึ่งที่เพิ่มเข้ามาก็คือการออกสำรวจไปยังสถานที่ต่างๆ มากมาย และต้องบอกเลยว่าพื้นที่ในเกมนั้นกว้างมากๆ มันจะมีศัตรูหลากหลายระดับอยู่ในตำแหน่งต่างๆ บนแผนที่ รวมไปถึงมอนสเตอร์ระดับบอสขนาดใหญ่ และเรายังต้องค้นหาดันเจี้ยนที่ซ่อนอยู่กระจายไปในแผนที่ด้วย ยังดีที่ตัวเกมมีระบบม้าเอาไว้ให้เราได้ขี่และท่องไปในโลกกว้างได้อย่างสะดวกขึ้น แถมยังสามารต่อสู้บนหลังม้าได้อีกด้วย

การเล่นในเกมนี้จึงดูเหมือนจะแยกออกเป็นสองส่วนคือในโลกกว้างกับในดันเจี้ยนที่พบเจอ โดยภายนอกจะมีพื้นที่กว้างใหญ่และให้อิสระกับเราในการเดินทาง สำรวจ หรือต่อสู้กับศัตรู โดยเราเลือกที่จะไปตรงไหนก่อนก็ได้ ถ้าเจอศัตรูที่สู้ไม่ไหวก็เปลี่ยนเส้นทางหรือฟาร์มเลเวลไปก่อน ซึ่งการต่อสู้กับศัตรูตามแผนที่จะเปิดโอกาสให้เราได้ต่อสู้ที่หลากหลาย เช่น การเข้าปะทะตรงๆ การอ้อมไปด้านหลัง การหาตำแหน่งสภาพแวดล้อมของพื้นที่ที่ได้เปรียบ หรือการหนีออกมาตั้งหลักใหม่ เป็นต้น ส่วนอีกแบบหนึ่งก็คือบรรดาดันเจี้ยนที่เราเข้าไปลุย มันจะทำให้ความรู้สึกของการเล่นเกมตระกูลโซลกลับมา ด้านในดันเจี้ยนจะมีเส้นทางที่ซับซ้อน มีกับดัก มีศัตรูให้สู้ในพื้นที่แคบๆ มีทางลับหรือไอเทมที่ซ่อนอยู่ จนสุดท้ายคือการได้ไปดวลกับบอส

หลายคนอาจจะคิดว่าเกมน่าจะยากเหมือนกับเกมรุ่นพี่ แต่บอกเลยว่า Elden Ring ดูจะเป็นมิตรกับแฟนใหม่ๆ ที่อยากลองเกมของค่ายนี้ ตัวเกมจะมีคลาสให้เล่นกันถึง 10 คลาสซึ่งจะมีอาวุธกับการเน้นค่าสเตตัสที่ต่างกันออกไป สามารถเลือกได้ตามสไตล์ที่แต่ละคนถนัด ส่วนในการต่อสู้นั้นถือว่าคงมีสไตล์คล้ายกับเกมรุ่นพี่ การฟัน การกลิ้งหลบ การใช้เวทย์ จำเป็นจะต้องใช้ค่าสตามิน่าหลอดสีเขียว ไม่สามารถที่จะกดฟันรัวๆ ต่อเนื่องได้ แต่ส่วนตัวรู้สึกว่าค่านี้จะฟื้นตัวเร็วอยู่เหมือนกัน การโจมตีของศัตรูยังคงโหด ดาเมจแรง และอาจทำเราตายได้ในดาบเดียว แต่มันก็ไม่ได้สู้ยากเกินไปนัก เราแค่ต้องเรียนรู้จากความผิดพลาด ตายซ้ำๆ และมาสู้ใหม่

ระบบจุดเซฟหรือ “พร” หรือกองไฟที่คุ้นเคย ใน Elden Ring ดูจะมีวางไว้ถี่มากๆ ในแผนที่ เราสามารถที่จะอัพเลเวล จัดสกิลหรือปรับใช้งานขวดน้ำยาได้จากจุดนี้ ซึ่งนี่ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้ผู้เล่นได้เล่นกันง่ายขึ้น กล้าที่จะลองตาย ลองผิดถูก เพราะมันมีอยู่เยอะจริงๆ ตามแผนที่รวมถึงใกล้จุดที่จะต้องสู้กับพวกบอส แถมมันยังเอาไว้สำหรับ Fast Travel ไปมาระหว่างจุดเซฟต่างๆ ด้วย และใช้วาร์ปจากตรงไหนก็ได้ในแผนที่ไม่จำเป็นต้องวิ่งไปวาร์ปที่จุดเซฟ

นอกจากนี้ตัวช่วยให้เล่นง่ายอย่างม้าก็สามารถทำให้ผู้เล่นเลือกที่จะต่อสู้บนหลังม้าเพื่ออาศัยความรวดเร็วและการถอยตั้งหลัก หรือการหลบหลีกสกิลบางอย่างได้ง่าย ใช้การโจมตีแล้วขี่วนไปเรื่อยๆ ก็ดูจะเป็นอีกทางในการต่อสู้ที่ปลอดภัย หรือถ้าคิดว่ายังไม่พอตัวเกมยังมีนะบบอัญเชิญวิญญาณออกมาช่วยสู้ได้ ซึ่งมีหลายประเภทวิญญาณให้ใช้งานเช่นกัน เราสามารถใช้สำหรับเบนความสนใจหรือใช้เรียกออกมาช่วยทำดาเมจได้ เป็นต้น

กราฟิก
ในส่วนของงานภาพใน Elden Ring สิ่งที่ชอบมากๆ คือการออกแบบโลก Open World ที่สวยงามและมีสถานที่หลายประเภท บางพื้นที่สวยงามและดูยิ่งใหญ่อลังการมาก ส่วนบางพื้นที่ก็ดูน่ากลัวจนไม่กล้าจะเดินเข้าไปหา แค่เราออกมาเจอโลกกว้างของฉากในเกมนี้เป็นครั้งแรกก็ต้องประทับใจกับความยิ่งใหญ่ของดินแดนมัชฌิมาอย่างแน่นอน แม้พวกเทกเจอร์แสงเงาความละเอียดโดยรวมจะดูยังไม่ดีเท่า Demon’s Souls Remake อยู่บ้างแต่ก็ไม่มีปัญหา ความแฟนตาซี ฉากที่อลัง กับงานศิลป์ต่างๆ ทำให้ทุกอย่างดูดีและน่าเล่น ส่วนตัวได้เล่นบน PS5 ประทับใจมากกับการโหลดฉากที่รวดเร็วทั้งการใช้ Fast Travel หรือแม้แต่ในตอนที่ตายแล้วเกิดใหม่ แต่ดูเหมือนว่าคนที่เล่นบน PC จะพบปัญหาเรื่องของเฟรมเรทกันบ้าง ซึ่งทางทีมพัฒนาก็กำลังพยายามแก้ไขกับอัปเดทแพทช์แก้กันอยู่

ทางด้านของการแปลภาษาไทยภายในเกมนี้ถือว่าทำได้ดีเมื่อเทียบกับเกมอื่นๆ ของ Bandai ที่ผ่านๆ มา ทำให้เราเข้าในเรื่องราวในเกมง่ายขึ้น แม้ภาษาการแปลอาจจะดูลิเกไปบ้างแต่มันก็เข้าใจได้เพราะเรื่องราวในเกมมันก็ควรจะเป็นแบบนั้น คำศัพท์ต่างๆ บางคำจะดูเฉพาะตัวอยู่บ้าง ต้องอาศัยทำความเข้าใจนิดหน่อย ซึ่งโดยรวมคือสอบผ่าน

สรุปภาพรวม
Elden Ring คือการพัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจากเกมตระกูลโซล ไม่ว่าจะสวยของโลกเปิดกว้าง การออกแบบฉาก การต่อสู้ที่มีอิสระกับตัวช่วยเพิ่มขึ้น การต่อสู้กับบอสขนาดใหญ่ที่ระทึกตื่นเต้นเหมือนเดิม ความยากของเกมที่เชื่อว่าคงจะมีคนเล่นจบกัยเยอะขึ้น ถ้าใครที่เป็นแฟมเกมตระกูลโซลอยู่แล้วจะรักเกมนี้อย่างไม่ต้องสงสัย ส่วนมือใหม่ก็ถือเป็นโอกาสอันดีที่จะได้ลองเข้าไปสัมผัสเกมแนวนี้และการลองผิดลองถูก ตายเกิดวนเวียนซ้ำๆ แต่ถ้าใครที่ยังไม่ชอบกับการต่อสู้อันโหดๆ หรือการเล่นแบบสไคล์ Dark Souls, Bloodborne และ Sekiro เกมนี้อาจจะไม่เหมาะซักเท่าไหร่เพราะเข้าใจได้ว่ามันก็ยังเป็นเกมเฉพาะกลุ่มอยู่

Share

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อัศวินสาวตำนาน+ ‘ย่างก้าวแห่งการไถ่บาป เคลมิส’ ปรากฏตัวแล้ว ในเซเว่นไนท์ 2 พร้อมขยายคอนเทนต์ให้เหล่าอัศวินได้สนุกแบบต่อเนื่อง!
เกม PARAGON: THE OVERPRIME จากค่าย Netmarble เปิดให้บริการในรูปแบบ Early Access แล้ววันนี้ !
SHIN-A จับมือ Eclipse Quest ส่งเกมคุณภาพสู่ระดับสากล ร่วมด้วย Wagyu Lab เสริมความแข็งแกร่งคอมมูนิตี้บน Web 3.0
เตรียมต่อสู้กันให้มันส์ Street Fighter 6 เปิดตัว 2 มิถุนายน 2023
Attack on Titan VR: Unbreakable ประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการ
Ubisoft ริเริ่มโครงการ Fair Play ซึ่งเป็นเครื่องมือใหม่ในการกระตุ้นเตือนให้รับรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมในเกมอันไม่พึงประสงค์