Blademaster ดาบคู่ทะลวงฟัน

2,933 views
Share

สำหรับสายอาชีพ Blademaster นั้นเป็นหนึ่งในตัวละครหลักที่เพิ่งจะอัพเดทเข้าสู่เซิร์ฟเวอร์ไทยมาเมื่อไม่นานนี้ เป็น 1 ใน 3 สายอาชีพของเผ่าพันธุ์ลึกลับหรือที่เรียกกันว่า “ชาวแอตแลนติส” นั่นเอง พวกเขามีเทคโนโลยีที่ล้ำหน้ากว่าบนโลกและมีสกิลแปลกๆ ให้ใช้มากมาย ส่วนความสามารถและความน่าสนใจของสายอาชีพนี้จะเป็นอย่างไร เราไปดูกันเลยจ้า

Blademaster

อาวุธประจำสายอาชีพ : ดาบคู่ (Dual Swords)
รูปแบบการโจมตีปกติ : ความเสียหายส่งผลกับเป้าหมายรูปกากบาท
นักรบชั้นแนวหน้าของชนเผ่าแอตแลนติส พวกเขามีพละกำลังมหาศาลจากการฝึกฝนร่างกาย สามารถสวมใส่ชุดเกราะหนักเฉกเช่นเดียวกับนักรบของเผ่ามนุษย์  นอกจากดาบคู่ที่เป็นอาวุธคู่กายที่กวัดแกว่งไปมาในสนามรบแล้ว พวกเขายังมีพลังพิเศษติดตัวมาตั้งแต่เกิดอีกด้วย ทำให้เป็นนักรบที่น่าหวั่นเกรงในสนามรบเป็นอย่างมาก

สกิลพื้นฐาน

ในส่วนของสกิล Blademaster นั้นจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มด้วยกันคือ สกิลประเภทกดใช้และสกิลติดตัว

สกิลติดตัว (Passive) จะมีอยู่ 2 สกิลด้วยกัน คือ

Static Shield เป็นสกิลที่จะร่ายเกราะพลังงานให้กับตัวเองและสามารถสร้างดาเมจให้กับศัตรูที่เข้ามาโจมตี เป็นสกิลที่จำเป็นและค่อนข้างดีมากๆ สำหรับแถวหน้า

Direct Current สร้างพลังงานไว้ที่อาวุธเมื่อโจมตีเป้าหมายจะมีโอกาสสร้างความเสียหายเพิ่มเติมได้

 

สกิลใช้งาน (Active) มีอยู่ 3 สกิลด้วยกัน คือ

Guard Dispel
Cooldown : 3 Turns
เป็นอีกหนึ่งสกิลที่หาได้ทั่วไปและคุ้นเคยกับดี เพราะมันใช้สำหรับเจาะ Holy Guard ของฝ่ายศัตรูนั่นเอง ดาเมจอาจจะไม่ต้องหวังอะไรมากเพราะไม่ค่อยแรง ส่วนคูลดาวน์ก็นานพอดูเลย

Thunder Soul
Cooldown : 3 Turns
เป็นสกิลโจมตีเป้าหมายเดียวที่ค่อนข้างแรงมากในช่วงต้นเกม แต่ข้อเสียคือ คูลดาวน์นานไปหน่อย

Waltz of the Blade
Cooldown : ?
เป็นสกิลที่รูปแบบการใช้งานยังไม่ค่อยชัดเจนเท่าไร แต่เมื่อใช้งานสกิลนี้เมื่อไรจะสามารถโจมตีเป้าหมายแบบ AOE ได้ (โดนทั้ง 9 ตัว)

อัพเกรดสกิล

สกิลในขั้นพัฒนา โดยเผ่าแอตแลนติสจะมีการพัฒนาในช่วงเลเวล 120 และจะสามารถเรียนรู้สกิลใหม่ๆ ได้ดังนี้

Mana Burn
Cooldown : 3 Turns
เป็นสกิลเดียวกับ Exorcist และ Knight ใช้เพื่อเผามานาเป้าหมาย สามารถอัพเกรดจำนวนเป้าหมายที่โดนโจมตีได้เมื่อระดับเลเวลสกิลสูงขึ้น

Light Slash
Cooldown : 3 Turns
โจมตี 2 เป้าหมายแนวตั้ง เป็นสกิลคอมโบกับผลของ Vortex ของ Oracle เพราะเมื่อเป้าหมายเกิดผลของ Vortex ของ Oracle จะทำให้เกิด Divine Slash ซึ่งสามารถสร้างความเสียหายได้สูงกว่า

Quickening
Cooldown : ?
หนึ่งในบัฟสุดโกงที่สามารถส่งผลให้กับทีมรูปกากบาทด้วย โดยจะมี เพิ่มค่า AP ในการต่อสู้แบบปกติ และเพิ่มก้าวในการเดินโหมด TBS

Shield Bash
Cooldown : ?
เป็นสกิลธรรมดาๆ สามัญที่ไม่หวืดหวาอะไรมาก เป็นการฟาดด้วยโล่ใส่เป้าหมาย จริงๆ เป็นสกิลของพวก Champion และ Knight แต่เอามาใช้ก็ไม่เสียหายอะไร

Thunderbolt Slash
Cooldown : 2 Turns
สกิลโจมตีที่หวังผลได้ค่อนข้างดี แถมสกิลนี้ทำดาเมจกับเป้าหมาย 3 ตัวแถวหน้ากระดานได้อีกด้วย

Marauder’s Edge (Passive)
Cooldown : ?
สกิลนี้จะเพิ่ม Attack Power และ Multi-Hit Rate ให้กับอาชีพสายดาบที่อยู่ในทีมทั้งหมด

Masquerade
Cooldown : ? สกิลบัฟเพิ่มความสามารถให้กับตัวเอง โดยจะเพิ่มค่า Attack Power ให้สูงขึ้น

Comments

Share