12 พันธมิตรผนึกกำลังฟื้นฟูประเทศ “พลังน้ำใจไทย Power of Thai”

850 views

วันนี้ (15พ.ย.2554) เมื่อเวลา 11.00 น. บริษัทเอกชนไทย 12 องค์กร ได้มีการแถลงข่าวการผนึกกำลังจัดตั้งโครงการฟื้นฟูประเทศ ภายใต้ชื่อ “พลังน้ำใจไทย Power of Thai”   เนื่องจากอุทกภัยที่เกิดขึ้นที่เรียกได้ว่าเป็นมหาภัยพิบัติของประเทศไทยในครั้งนี้  ณ ห้องบอลล์รูม โรงแรมพลาซ่า แอทธินี ถนนวิทยุ

“พลังน้ำใจไทย Power of Thai” เกิดขึ้นสืบเนื่องมาจากบริษัทขนาดใหญ่ต่างๆ ต้องการความร่วมมือร่วมใจกันในทุกภาคส่วน  และมองในระยะยาวภายหลังน้ำลดแล้ว การ“ฟื้นฟู” เป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง โดยบริษัทองค์กรภาคีที่เข้าร่วมโครงการและมาแถลงข่าวประชาสัมพันธ์ในวันนี้ ประกอบไปด้วย

1. ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) โดย นายชาญศักดิ์ เฟื่องฟู รองผู้จัดการใหญ่

2. บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) โดย นายไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ประธานกรรมการ

3. บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด โดย นายสุทธิธรรม จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร

4. บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดย นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร

5. บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) โดย นายฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่

6. บริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) โดย นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานกรรมการบริหาร

7. บริษัท บีทีเอส กรุ้ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) โดย นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ

8. กลุ่มมิตรผล โดย นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการบริหาร

9. บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) โดย นายวิชา พูลวรลักษณ์ ประธานกรรมการบริหาร

10. บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด โดย นายสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

11. บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) โดย นายสมประสงค์  บุญยะชัย  รองประธานกรรมการ

12. บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ในเครือสหพัฒน์ โดย นาย สมพล ชัยสิริโรจน์ กรรมการ

โดยภายในงานดำเนินรายการโดยคุณกิตติ สิงหาปัด พร้อมได้ผู้บริหารขึ้นกล่าวอธิบายโครงการ ซึ่งกลุ่มภาคีได้ลงความเห็นในการจัดตั้งโครงการนี้ว่า “แนวคิดในการรวม พลังกันของกลุ่มธุรกิจเอกชนในครั้งนี้ เกิดจากบริษัทขนาดใหญ่ต่างๆ ได้มีการทำ CSR กันอย่างต่อเนื่องและกว้างขวาง ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยมาตั้งแต่เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมทำให้เห็นภาวะของปัญหาในครั้งนี้เป็นปัญหาใหญ่ ที่ต้องการความร่วมมือร่วมใจกันในทุกภาคส่วน  ที่นอกจากจะร่วมมือกันช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยให้ที่พักพิง อาหารแล้ว ในส่วนของภาคการศึกษาก็เป็นสิ่งสำคัญยิ่ง การจัดตั้งโครงการนี้จึงมองไปยังการช่วยเหลือภาคการศึกษา เพราะทางกลุ่มภาคีมีความเห็นพ้องต้องกันว่ากพื้นฐานการศึกษาคือหัวใจของการสร้างชาติ และเน้นที่จะฟื้นฟูการศึกษาโรงเรียน เพื่อพัฒนาการศึกษาที่เป็นกำลังของชาติก่อน และทุนดังกล่าวที่ได้มาจากโครงการจะนำเข้าไปช่วยเหลือฟื้นฟูหลังน้ำลด”

นอกจากนี้ทางกลุ่มภาคีนำร่องโครงการ “พลังน้ำใจไทย Power of Thai” ยังได้กล่าวอีกว่าโครงการนี้ไม่ใช่แต่เพียง 12 องค์กรนี้เท่านั้น แต่สำหรับองค์กรเอกชนบริษัทไหนที่อยากเข้าร่วมเป็นภาคีก็สามารถมาเข้าร่วมได้ซึ่งทางโครงการ “พลังน้ำใจไทย Power of Thai” เปิดรับอย่างต่อเนื่อง