FIFA Online 2 : 22 ก.พ.นี้ เมื่อแผนการเล่น จะอิสระในแบบของคุณเอง!

7,115 views

เมื่อการวางแผนจะไม่ซ้ำซาก ไร้มิติเช่นเดิม! แพทช์ใหม่ วางตำแหน่ง ปรับรุก-รับได้อิสระ!เกมของคุณ แผนของคุณ! พร้อมโชว์ฝีมือ วัดกึ๋น พร้อมกัน 22 ก.พ. นี้!

มาแล้วครับการอัพเดทแพทช์ใหม่ที่ทุกคนรอคอย กับ แพทช์ B1220 Formation Edit ซึ่งเป็นการ ปรับเปลี่ยนในเรื่องของการวางแผน การจัดกลยุทธ์ ให้สมจริง และถูกใจเหล่าผู้เล่น FIFA Online 2 มากยิ่งขึ้นนั่นเอง

จากที่อ่านย่อหน้าแรกมา ก็คงจะคาดเดากันไปต่างๆ นานา ว่าการอัพเดทเรื่องการวางแผน และการจัดกลยุทธ์นั้นจะปรับเปลี่ยนได้ซักแค่ไหน? จะถูกใจแค่ไหน? วันนี้เรามีคำตอบให้ครับผม

เพื่อการง่ายแก่ความเข้าใจ เราจะขอแบ่งข่าวสารการพูดถึง Feature ใหม่อย่าง Formation Edit ออกเป็น 2 ครั้งแล้วนะครับ โดยในวันนี้จะขอพูดถึงหน้าตาโดยรวมที่มีการเปลี่ยนแปลงไป รวมถึงการใช้งานในส่วนต่างๆ ที่เป็นของใหม่

เข้าประเด็นกันเลยกับสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปของ Formation Edit จะมีอยู่ 2 ส่วนสำคัญ ที่ขอใช้คำง่ายๆ ว่า “ปรับตำแหน่งตามใจ” และ “ปรับการรุก-รับ ตามต้องการ”

“ปรับตำแหน่งตามใจ”

เป็นการย้ายตำแหน่งของผู้เล่น ออกจากตำแหน่งมาตรฐานนั่นเองครับ
ยกตัวอย่าง หากคุณใช้เลือกใช้แผน 4-3-3 โดยปกติแล้ว การยืนตำแหน่งของนักเตะทั้ง 11 คนจะเป็นดังนี้

หากเกมไหนต้องเจอคู่แข่งที่เน้นเจาะตรงกลาง การจะยืนมิดฟิลด์ เรียง 3 คนคงไม่ดีแน่ เลยขอขยับมิดฟิลด์ตัวกลางซึ่งเล่นเกมรับได้ดีอย่าง มัทเธอุส ลงไปต่ำซักหน่อย

มัทเธอุสลงมายืนต่ำเรียบร้อย แบบนี้น่าจะช่วยกองหลังได้เยอะเลย!

พอเห็นแบบนี้ หลายคนเลยเกิดไอเดียย้ายตำแหน่งกันขึ้นมาแล้ว ซึ่งระบบนี้จะย้ายได้อย่างอิสระ และตามใจ จะจำกัดก็เพียงแค่ ในแต่ละตำแหน่งจะมีกรอบที่เคลื่อนย้ายตำแหน่งที่พอเหมาะกับตำแหน่งนั้น ซึ่งมีเพื่อการปรับตำแหน่งเว่อร์เกินจริงนั่นเอง


สังเกตจะเห็นว่าตำแหน่ง RCM จะเคลื่อนย้ายได้ไม่เกินกรอบสีเหลือง

“ปรับการรุก-รับ ตามต้องการ”

การปรับอย่างที่ 2 ก็คงจะคุ้นเคยกันอยู่แล้ว นั่นคือการปรับการมีส่วนร่วมในเกมรุก และเกมรับนั่นเองเพื่อความเข้าใจมากยิ่งขึ้น ต้องมาทำความรู้จักกับลูกศร 2 สี นั่นคือ “ลูกศรสีแดง สำหรับการมีส่วนร่วมเมื่อทีมเล่นเกมรุก” และ “ลูกศรสีน้ำเงิน สำหรับการมีส่วนร่วมเมื่อทีมเล่นเกมรับ”

ลูกศรแต่ละสีนั้น จะสามารถปรับได้ทั้งหมด 5 ระดับ โดยมีความหมาย ดังต่อไปนี้

ลูกศรสีแดง : การมีส่วนร่วมเมื่อทีมเล่นเกมรุก

• หากลูกศรสีแดง ตั้งไว้ระดับ 5 นักเตะคนนั้นจะเน้นเกมรุกมาก มีส่วนร่วมกับเกมรุกแบบเต็มสตีม (อาจส่งผลให้โดนสวนกลับได้ หากเสียบอล)
• หากลูกศรสีแดง ตั้งไว้ระดับ 1 นักเตะคนนั้นจะเน้นรักษาตำแหน่งตัวเอง ไม่เติมเกมรุก


ลูกศรสีน้ำเงิน : การมีส่วนร่วมเมื่อทีมเล่นเกมรับ

• หากลูกศรสีน้ำเงิน ตั้งไว้ระดับ 5 นักเตะคนนั้นจะเน้นเกมรับลึก จะมีส่วนร่วมกับเกมรับเต็มที่ (อาจส่งผลให้เล่นสวนกลับได้ยาก)
• หากลูกศรสีน้ำเงิน ตั้งไว้ระดับ 1 นักเตะคนนั้นจะช่วยเกมรับน้อยมาก

สำหรับการปรับรุก-รับนั้น เกม FIFA Online 2 แยกการปรับเกมรุก และการปรับเกมรับออกจากกันเป็น 2 ส่วนนะครับผม ดังนั้นคุณจะสามารถปรับรุก และรับ โดยไม่ต้องสมดุลกันก็ได้ แล้วแต่จินตนาการของคุณเลย

แบ็คทั้ง 2 ข้างถูกปรับให้มีส่วนร่วมทั้งตอนทีมรุก และรับเต็มที่แบบนี้ วิ่งลิ้นห้อยแน่!

ยกตัวอย่างต่อจากตัวอย่างเดิม นอกจากปรับตำแหน่ง มัทเธอุส ลงมาต่ำแล้ว ยังมีการปรับลูกศรสีแดง (เกมรุก) ให้เหลือเพียง 2 ระดับ และปรับลูกศรสีน้ำเงิน (เกมรับ) เป็นเต็มสตรีม 5 ระดับ ก็จะทำให้มัทเธอุสช่วยเล่นรับอย่างเต็มที่

ตำแหน่งยืนที่ต่ำกว่า และการปรับให้เน้นเกมรับ น่าจะทำให้มิดฟลิด์อีก 2 คนเล่นเกมรุกได้สบายใจ

ทั้ง 2 ส่วนที่กล่าวมานั้น ย่อมทำให้คุณสามารถปรับแผนการเล่น และกลยุทธ์ได้ตรงใจ ยืดหยุ่น และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้แผน 4-3-3 ของผู้เล่น จะแตกต่าง และเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละคนอย่างไม่ต้องสงสัย

จบการปรับกลยุทธ์ทั้ง 2 แบบไปแล้ว ยังมีอีกอย่างที่ถือเป็นของใหม่ที่เพิ่มเติมมาในแพทช์นี้ นั่นคือ “ความเหมาะสมกับตำแหน่งของนักเตะ”

ความเหมาะสมกับตำแหน่งของนักเตะ

แพทช์นี้ มีการเพิ่มความเหมาะสมกับตำแหน่งขึ้นมา เพื่อเพิ่มความสมจริงมากยิ่งขึ้น ซึ่งค่าความเหมาะสมกับตำแหน่งนั้น จะออกมาเป็นตัวเลขเปอร์เซ็นต์ ยิ่งนักเตะคนไหนมาค่ามากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งมีโอกาสทำผลงานได้ดีมากขึ้นเท่านั้น

ยกตัวอย่างเช่น แผน 4-3-3 ดังรูป

สังเกตตำแหน่งในแนวรุก ผู้ที่เล่นกองหน้าทางขวา (RS) คือ J.Papin ที่มีความเหมาะสมอยู่ที่ 97% ส่วนกองหน้าทางซ้าย (LS) คือ Amancio ซึ่งมีความเหมาะสมอยู่แค่ 86%


ที่ความเหมาะสมตำแหน่งของ Amancio ค่อนข้างน้อย ก็เพราะ Amancio เป็นผู้เล่นที่ถนัดตำแหน่ง RF ดังนั้นการย้ายไปเล่นฝั่งซ้าย จึงเป็นตำแหน่งที่ไม่ถนัดเท่าที่ควร

เราลองแก้ไขด้วยการสลับเอา J.Papin กับ Amancio แลกฝั่งกัน จะเห็นว่า ความเหมาะสมของ Papin ยังคง 97% แต่ของ Amancio กลับเพิ่มเป็น 94% แถมยังทำให้ความเหมาะสมเฉลี่ยของทีมเพิ่มเป็น 97% อีกด้วย

นั่นหมายความว่า หากให้ Amancio เล่นในตำแหน่งนี้ ก็มีโอกาสที่ Amancio จะทำผลงานได้ดีกว่า

โดยความเหมาะสมของตำแหน่งนั้น จะมีการปรับเปลี่ยนเพิ่มลดได้อีกด้วย ซึ่งหากนักเตะคนไหนเล่นในตำแหน่งที่ไม่ถนัดนานเข้า ก็มีโอกาสมีค่าความเหมาะสมเพิ่มขึ้น แต่ในทางกลับกัน ก็จะทำให้ตำแหน่งที่เคยถนัดมีค่าความเหมาะสมลดลงเช่นกัน

มาขอปิดท้ายกระทู้นี้กันด้วย สิ่งที่มีหน้าตาแปลกออกไป นั่นคือหน้าตาของหน้า Team Management ที่ปรับให้เหมาะสมกับ Formation Edit

ขอแบ่งหน้าตาใหม่ของหน้า Team Management ออกเป็น 2 ส่วน A และ B นะครับ

ส่วน A ว่ากันด้วยเรื่องของ การวางแผน ปรับแผน ปรับกลยุทธ์ มีส่วนหลัก ดังนี้

ตำแหน่งที่ 1 คือ ตำแหน่งการตั้งแผนการเล่นหลัก ซึ่งเป็นแผนที่เราเคยใช้กัน 4-4-2, 4-3-3 ยังอยู่ครบ
ตำแหน่งที่ 2 คือ แผนการเล่น และแท็คติก ที่คุณจะใช้กับทีมของคุณ โดยบันทึกได้ 4 แท็คติก ต่อ 1 ชุดแท็คติก
ตำแหน่งที่ 3 คือ เป็นเมนูย่อย ที่จะแสดงมุมมองต่างๆ ในการจัดแผนของเรา แบ่งเป็น

1. มุมมองธรรมดา ที่แสดงเฉพาะตำแหน่งของนักเตะ


2. มุมมองที่แสดงแท็คติกการรุก-รับ

3. มุมมองที่แสดงพลังงาน และสภาพร่างกาย

ตำแหน่งที่ 4 เป็นการเลือก Save หรือบันทึกชุดแท็คติก ซึ่งคล้ายการตั้ง Formation A และ B ของเดิม

นอกจากนั้นจะยังมีเมนูย่อยของนักเตะแต่ละคน ทั้งเรื่องต่อจำนวนนัดการ์ด, ค้นหาการ์ดในตลาดประมูล, ต่อสัญญา หรือเพิ่มความฟิตส่วนบุคคล เพียงคุณ “คลิกขวา” ไปบนไอคอนกลมๆ ที่แทนตำแหน่งของผู้เล่นแต่ละคน


ส่วน B จะเป็น ส่วนที่แสดงความเหมาะสมกับตำแหน่งของนักเตะ และข้อมูลของนักเตะ

อย่างที่อธิบายให้ฟังกันไปแล้ว ในส่วนนี้จะแสดง ความเหมาะสมกับตำแหน่งของนักเตะ ทั้ง 11 ตัวจริง และยังจะ แสดงข้อมูลของผู้เล่น ที่เราคุ้นตา หากเราต้องการทราบข้อมูล หรือทำการอัพค่าสถานะเวลา Level Up ก็สามารถทำได้ตรงนี้

ครบถ้วนกันไปทั้งของใหม่ๆ อย่าง “ปรับตำแหน่งตามใจ” “ปรับการรุก-รับ ตามต้องการ” และ “ความเหมาะสมกับตำแหน่งของนักเตะ” รวมถึงหน้าตาหน้า Team Management โฉมใหม่กันแล้ว ในช่วงสัปดาห์หน้า เราจะทำการเจาะลึกการปรับแท็คติกต่างๆ ว่ามันได้ผลจริงมั๊ย? ส่งผลต่อทีมและการเล่นยังไง? รอติดตามกัน