POE เทคนิคเอาตัวรอดในลีก Hardcore และ Tempest

5,439 views

630_1
ตอนนี้ภายในเกมจะมีลีกแบ่งออกอยู่ทั้งหมด 4 ลีกด้วยกัน ก็คือ Standard League, Hardcore League, Warbands League และ Tempest League ในส่วนของ Hardcore League และ Tempest League นั้น จะเป็นโหมดที่มีความท้าทายมากกว่า เนื่องด้วยการตายเพียงครั้งเดียวจะทำให้ตัวละครของคุณถูกย้ายไปยัง Standard League

ความแตกต่างระหว่าง League
เรื่องแรกที่เหล่ามือใหม่ทุกคนอาจจะสงสัยว่าแต่ละ League นั้นจะมีความแตกต่างกันอย่างไร ซึ่งในตอนนี้ลีกการเล่นหลักจะมีอยู่ 2 ลีกด้วยกัน ก็คือ Warbands และ Tempest (มาแทนที่ Standard และ Hardcore ในเวอร์ชั่นก่อน) ทั้ง 2 อย่างนี้จะมีความแตกต่างกันอยู่ก็คือ หากเล่นใน Warbands จะมีกลุ่ม Wraeclast สุ่มปรากฏออกมาตามแผนที่ และหากผู้เล่นตายก็จะเสียค่าประสบการณ์จำนวนหนึ่งเท่านั้น แต่ใน Tempest จะมีการสุ่มสภาพอากาศของทุกแผนที่ภายในเกม และจะเปลี่ยนทุกชั่วโมง ซึ่งสภาพอากาศที่สุ่มนั้นจะส่งผลทั้งตัวเราและมอนสเตอร์ในแผนที่ ซึ่งมันจะทั้งผลดีและผลเสียสุ่มกันไปขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ แต่จุดที่น่ากลัวของ Tempest อยู่ตรงที่ เมื่อตายตัวละครจะตกไปอยู่ใน Standard ลีกทันที หากต้องการเล่นใน Tempest ก็ต้องสร้างตัวละครใหม่เท่านั้น ทำให้การเล่นใน Tempest นั้นจะมีความท้าทายการเล่นและต้องมีเทคนิคเฉพาะตัว รวมไปถึง Passive Skill Tree ที่แตกต่างจากการเล่นใน Warbands ลีก

screenshot-49812
แนะนำเทคนิคการเอาชีวิตรอด
การเล่นใน Tempest หรือ Hardcore ลีกนั้นก็จะมีเทคนิคในการเอาชีิวิตรอดอยู่มากมายหลากหลายอย่างเลยก็ว่าได้ ก็ขึ้นอยู่กับฝีมือ สเตปและเคล็ดลับของแต่ละคนกันซ่ึ่งในครั้งนี้เราจะมานำเสนอเกี่ยวกับเทคนิคพื้นฐานในการเล่น
ยาฟื้นฟู ควรเป็นแบบ ฟื้นฟู ทันที
    ในเรื่องของยาฟื้นฟูนั้น จำเป็นจะต้องสุ่มหาออฟที่เป็นรูปแบบฟื้นฟู ทันที มาใช้งาน เตรียมพร้อมเอาไว้ด้วย หากเห็นว่า HP ลดลงไป ก็ให้รีบกดใช้งานได้เลย ไม่ต้องรอให้เลือดลดถึงครึ่งหลอด หรือรอให้ลดจนใช้งานขวดได้เต็มที่ เนื่องด้วย เราไม่รู้ว่าจะโดนการโจมตีแบบคริติคอลจากมอนสเตอร์เมื่อไหร่ หรืออาจจะมีการโจมตีแบบรุนแรงโถมใส่มาก็ได้ ดังนั้นขวดเลือดที่นิยมใช้ใน Tempest นี้คือขวดแบบฟื้นฟู HP ทันที นอกจากนั้นก็ต้องมีการเสริมขวดที่ลบสถานะผิดปกติอย่าง เลือดไหล, แช่แข็ง, คำสาป ติดตัวไว้
Portal Scroll ใบวาร์ปกลับบ้าน
    ในกรณีที่เราปะทะกับมอนสเตอร์ตัวโหด อย่างพวกบอสทั้งหลาย มีเคล็ดลับเล็กน้อยก็คือ เมื่อเข้าไปห้องบอสแล้วให้พยายามหาตำแหน่ง แล้วกดเปิดวาร์ปทิ้งเอาไว้ได้เลย เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เลือดเหลือน้อยก็สามารถวิ่งกลับบ้านได้ทันที ไปเติมขวดยาให้เต็มเตรียม จากนั้นเมื่อกลับมา ก็เปิดวาร์ปทิ้งเอาไว้ได้อีก วิธีนี้ จะช่วยทำให้เสี่ยงตายได้น้อยลงด้วย

screenshot-04141
สกิลหลบหนีจากกลุ่มมอนสเตอร์

เรื่องของสกิลที่เลือกใช้นั้นควรจะติดสกิลที่เอาไว้หลบหนีจากกลุ่มมอนสเตอร์เอาไว้ด้วย เวลาโดนล้อมจะได้หนีออกมาได้ทันที ไม่โดยมอนสเตอร์ลุมอัดตายเสียก่อน โดยสกิลที่น่าใช้ก็จะมี Whirling Blades, Leap Slam, Flame Dash หากให้ดีควรใส่คู่กับ Faster Attacks หรือ Faster Casting เพื่อช่วยให้สกิลทำงานเร็วขึ้นด้วย
มอนสเตอร์บางกลุ่ม สู้ไม่ไหวอย่างเสี่ยงสู้
มอนสเตอร์ที่มักจะเป็นปัญหาส่วนใหญ่ก็จะเป็นมอนสเตอร์ชื่อส้มในดัน Corrputed ทั้งหลาย หรืออย่างมอนสเตอร์ Exile ที่สุ่มโผล่ออกมาตามแผนที่ หรือเจอเมื่อตอนเปิดกล่องต่างๆ มอนสเตอร์เหล่านี้ จะรับมือได้ยากมาก และบางตัวสายที่เราเล่นอาจจะแพ้ทางไปเลยก็เป็นได้ เมื่อรู้ตัวว่าสู้ไม่ไหวก็แนะนำว่าอย่าเสี่ยงไปสู้ ให้วิ่งหนีไปเลย หรือรีด่านใหม่ก็แค่นั้นเอง ดีกว่าเสี่ยงเข้าไปสู้ แล้วเกิดตายขึ้นมาต้องไปเริ่มชีวิตใหม่

1
การกดออกเกมแบบฉุกเฉิน
เชื่อเลยว่าหลายครั้งก็ต้องมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นกันบ้าง อย่างเช่นการ Lag ในจังหวะที่กำลังโดนมอนสเตอร์รุม หรือกำลังเจอกับมอนสเตอร์ชื่อส้ม หรือเหล่าบอสประจำฉาก ที่หากพลาดพลั้งแม้นิดเดียวอาจตายได้ ทำให้หากเกิดเหตุการณ์ในกรณีนี้การออกเกมอย่างฉับพลันอาจจะช่วยชีิวิตของท่านได้ โดยการออกเกมแบบฉุกเฉินนี้ก็มีหลากหลายวิธี ซึ่งเราก็มีคำแนะนำมาเล็กน้อยด้วยก็คือ
1. ออกแบบปกติ คือ กด Alt+F4, กดเครื่อง X ที่อยู่ทางขวาบน หรือกด ESC แล้วเลือก ออกไปยังหน้าเลือกตัวละคร หรือ ออกจาก Path of Exile วิธีนี้ค่อนข้างจะต้องกินเวลาในการกด ขึ้นอยู่กับความไวเฉพาะคน
2. การตั้งมาโคร เอาไว้ที่ Gaming Gear ที่รองรับการใช้งาน มาโคร โดยเราสามารถตั้งได้ว่าจะใช้กด Alt+F4 หรือจะให้พิมพ์คำสั่ง /exit ในช่องแชทแทนก็ได้ วิธีการใช้ มาโคร นั้น จะรวดเร็วกว่าวิธีการแบบแรกมากเลยทีเดียว เพราะกดเพียงแค่ปุ่มเดียวก็สามารถออกจากเกมได้แล้ว

2
แนะนำสายการเล่นสำหรับมือใหม่
สำหรับสายการเล่นที่ดูจะเล่นง่าย และไม่ต้องรับมือกับเหล่ามอนสเตอร์โดยตรงเห็นจะมีอยู่ 2 สายที่แนะนำเลยก็คือ สาย Summon และสาย โทเทม ซึ่งทั้ง 2 สายนี้ เราไม่จำเป็นต้องเข้าใกล้ตัวศัตรูโดยตรง เท่ากับว่าลดอัตรการเสี่ยงตายไปได้เยอะเลยทีเดียว ส่วนอาชีพก็จะเป็น Witch หรือ Templar แล้วเริ่มการอัพ Passive Skill ที่การวิ่งเข้าหา Node ที่เพิ่มจำนวนการเรียก มินเนี่ยน หรือ โทเทม กับการวิ่ง Node ที่เพิ่มจำนวน MaxHP หลักๆ ที่ต้อง อัพคือ 2 ส่วนนี้แค่นั้นเอง ขึ้นอยู่กับสายที่อยากเล่น หากอยากจะเพิ่มเติมก็จะเป็นการอัพสาย ออร่า ที่มีการเปิดออร่าต่างๆ เพื่อเพิ่มความสามารถให้กับเหล่ามินเนี่ยนหรือโทเทม ทำให้ถึกขึ้น หรือโจมตีได้รุนแรงมาก ก็แล้วแต่ความคิดที่อยากจะปรับแต่งได้เลย
จุดเด่นหลักๆ ของสายทั้ง 2 นี้เลยก็คือ ไม่จำเป็นต้องเข้ารับการปะทะโดยตรงกับเหล่ามอนเตอร์เลย หรือหากมีมอนสเตอร์เข้ามาประชิดตัวก็แค่เพียงวิ่งหนี แล้วเสกมินเนี่ยนหรือโทเทมขึ้นมาใหม่ ทีนี้เมื่อเจอกับมอนสเตอร์ทั่วไปก็แทบจะไม่มีปัญหาในการเล่นเลย เป็นการเล่นที่ปลอดภัยต่อชีวิตมาก และข้อพิเศษอีกหนึ่งข้อก็คือ เมื่อเจอกับมอนสเตอร์ที่มีความสามารถในการสะท้อนความเสียหาย เมื่อเล่นสายนี้ปัญหาที่ว่านี้ก็จะหมดไปทันที เพราะการสะท้อนความเสียหายจะสะท้อนใส่ตัวมินเนี่ยนหรือโทเทมที่โจมตีแทน
ส่วนที่ต้องระวังในการเล่นก็คือมอนสเตอร์บางประเภทจะสามารถโดดเข้ามาโจมตีเราโดยตรงได้ หรือต้องเจอกับพวกบอสที่มีพื้นที่แคบ เราจำต้องคอยวิ่งหนีให้ดี และอุปกรณ์ป้องกันจำเป็นต้องได้รับการอัพเกรดอยู่สม่ำเสมอ ให้เพียงพอต่อการโจมตีได้ ไม่เปราะบางทำให้ตายง่ายจนเกินไป ควรมีความระมัดระวังตัวอยู่ตลอดเวลา
ในเรื่องของรายละเอียดการอัพ Passive Skill Build นั้นเราสามารถดูการอัพต่างๆ ได้จากใน Board ที่มีคนแนะนำมาเลย เพราะถึงแม้จะเป็น 2 สายใหญ่ทั้ง Summon และ โทเทม ก็จะมีรูปแบบย่อยที่แตกต่างกันเยอะพอสมควรอย่างเช่นสาย โทเทม ก็จะมีทั้ง Flame Totem และ Shockwave Totem หรือสาย Summon ก็แยกเน้น Spectre หรือ Zombie ต่างหาก

4 3