[Review] Dragon Quest XI S: Echoes of an Elusive Age – Definitive Edition

9,924 views
Share

หลังจากที่ปล่อยเกม Dragon Quest XI ออกมาให้แฟนๆ ทั่วโลกได้เล่นกันไปตั้งแต่ปี 2018 ก็ถือว่าประสบความสำเร็จไปได้พอสมควรเลยทีเดียว ซึ่งทาง Sqaue Enix เองก็ยังไม่หยุดไว้แค่นั้น เพราะพวกเค้าได้ทำการปรับปรุงตัวเกมใหม่และส่ง Dragon Quest XI S: Echoes of an Elusive Age – Definitive Edition ออกมาให้ได้เล่นกันอีกครั้งในปี 2020 นี้ โดยมีทาง Bandai Namco Entertainment เป็นผู้จัดจำหน่ายในโซนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั่นเอง

Dragon Quest XI S: Echoes of an Elusive Age – Definitive Edition กลับมาอีกครั้งในฉบับปรับปรุงที่สมบูรณ์กว่าและมีการเปิดองค์ประกอบใหม่ๆ เข้าไปในเกมอีกเพียบ ซึ่งหลังจากที่ได้ลองเล่นไปแล้วบอกเลยว่าถ้าใครไม่เคยเล่นเกม Dragon Quest XI มาก่อน เวอร์ชั่นนี้เป็นตัวเกมที่คุ้มค่าและครบมากๆ ที่ควรจะหาซื้อมาเล่นกัน โดยวันนี้จะมารีวิวถึงสิ่งที่เพิ่มเติมเข้ามาและประสบการณ์การเล่นโดยรวมของเวอร์ชั่นใหม่นี้ให้ทุกคนได้อ่านกันครับ

ใน Dragon Quest XI S: Echoes of an Elusive Age – Definitive Edition หนึ่งในตัวเลือกใหม่ที่เพิ่มเติมเข้ามาซึ่งเจ๋งมากๆ สำหรับแฟนๆ Dragon Quest ก็คือ ตัวเลือกกราฟิกที่สามารถเลือกปรับให้เป็นแบบ 3D ปกติของเกมภาคนี้หรือจะปรับเป็นภาพ 2D แบบ 16 bit สุดคลาสสิกในสมัยเก่าก็ได้เช่นกัน ซึ่งมันจะมีทั้งฉากที่เดินในเมือง แผนที่โลก หรือแม้แต่ฉากการต่อสู้ก็เปลี่ยนจากปกติกลับไปเป็นแบบยุคเก่าอีกต่างหาก แต่มันจะเป็น 16 bit ที่มีสีสันสวยงาม ภาพคมชัดและให้รายละเอียดที่ดีกว่า บอกเลยว่าเจ๋งสุดๆ แต่ถ้าใครอยากเล่นแบบปกติที่เป็น 3D ก็จะได้กราฟิกที่ปรับปรุงและคมชัดมีรายละเอียดมากกว่าฉบับเดิมเช่นกัน อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนโหมดภาพให้สำรองเซฟเอาไว้ด้วยเพราะหากเปลี่ยนไปอีกโหมดตัวเกมจะให้เราเล่นใหม่ตั้งแต่ต้นเลย

สำหรับอีกอย่างที่เพิ่มมาแล้วโดนใจมากๆ ก็คือเรื่องของเสียงพากย์ ที่ตัวเกมเวอร์ชั่นนี้มีตัวเลือกมาให้เลือกเสียงพากย์ได้ 2 ภาษาแล้วคือ อังกฤษ และ ญี่ปุ่น แนะนำให้เลือกเสียงญี่ปุ่นและคำบรรยายภาษาอังกฤษจะทำให้ได้อารมณ์ของเกม JRPG อย่างดีเลยล่ะครับ แถมเสียงพาย์กในช่วงคัทซีนก็มีการใส่เสียงแบบ Full Voice แล้วด้วย และยังมีเสียงของเพลงประกอบแบบ Fully Orchestrated Soundtrack ที่ถูกบรรเลงขึ้นมาใหม่ในแบบ Orchestra ได้อย่างอลังการสุดๆ ส่วนคนที่ชอบถ่ายรูปในเวอร์ชั่นนี้ก็มีการเพิ่ม Photo Mode มาให้แล้ว

นอกจากนี้แล้วเกมเพลย์ก็ยังมีเพิ่มการตั้งค่าอย่างเพิ่มความเร็วในการต่อสู้ การบอกใบ้ภารกิจจาก NPC ในเกม ระบบกลางวันกลางคืนที่มอนสเตอร์จะแตกต่างกันออกไป ภารกิจ Draconian Quest เอาไว้เพิ่มความท้าทายในการเล่น เป็นต้น โดยรวมแล้วตัวเกมปรับปรุงจาก Dragon Quest XI ได้อย่างน่าสนใจมากๆ เรียกว่าเป็นภาคที่สมบูรณ์ที่สุดแล้วจริงๆ ใครอยากเล่นเกม Action RPG เนื้อเรื่องเข้มข้นหรือเป็นแฟนของซีรีส์ Dragon Quest ก็ลองไปหา Dragon Quest XI S: Echoes of an Elusive Age – Definitive Edition มาเล่นกันได้แล้ววันนี้

Share

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

HITMAN 3 ปล่อยตัวอย่าง Launch Trailer 4K พร้อมวางจำหน่าย 20 มกราคมนี้
Cells at Work! ได้มีการประกาศว่าจะทำเป็นเกมพัฒนาโดย NetEase Games
Samurai Shodown สำรับ Xbox Series ประกาศลง 16 มีนาคมนี้
[รีวิว] Battle Royale แผนที่ใหม่ “เมดิอุมที่จมอยู่ใต้น้ำ” พร้อมลุย Battle Pass SS2 ใน A3: Still Alive
The Pedestrian เกมแก้ปริศนาสุดเจ๋ง เตรียมลงให้เล่นบน PS4 และ PS5
Hitman III แบบ Cloud Version เตรียมลง Nintendo Switch