[Review] ROG Ally เครื่องเล่นเกมพกพาสุดร้อนแรงที่หลายคนอยากเป็นเจ้าของ

2,174 views
Share

จนถึงตอนนี้หลายคนก็คงจะได้เป็นเจ้าของเครื่องเล่นเกมพกพาสุดร้อนแรงอย่าง ROG Ally (อัล-ลาย) กันไปบ้างแล้ว ซึ่งถือว่าตอบโจทย์สำหรับเกมเมอร์หลายๆ คน ที่ต้องการเครื่องเล่นเกม PC ฉบับย่อส่วนเพื่อพกพาไปเล่นนอกบ้าน โดยทางทีมงานคอมพ์เกมเมอร์เองก็มีโอกาสได้จับๆ จิ้มๆ และทดลองใช้งาน ROG Ally เรียบร้อยแล้ว ก็เลยจะมารีวิวเจ้าเครื่องเกมพกพาตัวใหม่นี้กับความรู้สึกหลังการใช้งานมาให้ได้อ่านกันครับ

ก่อนอื่นต้องบอกเลยว่าจากคอนโซลพกพาอย่าง Nintendo Switch จนมาถึง Steam Deck หลายคนเริ่มมีความหวังที่จะได้เห็นเครื่องเล่นเกมพกพาที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถรันเกมแรงๆ ได้เหมือนหรือใกล้เคียงกับเครื่อง PC ซึ่งทาง ASUS เองก็ไม่ทำให้รอนาน ในที่สุดก็ส่งเครื่องเกมพกพาอย่าง ROG Ally เครื่องนี้ออกมาทำให้ฝันนั้นเป็นจริงแถมยังมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Windows ที่รันด้วย Windows 11 มาเลย งานนี้เลยเรียกว่าเหนือความคาดหมายเพราะมันได้กลายเป็น PC ย่อส่วนที่ทำให้เราเล่นเกมบน PC ได้แทบจะทุกเกมในแบบฉบับพกพา ไม่ว่าจะเป็นเกมบน Steam, Xbox Game Pass, Epic, GOG หรือแพลตฟอร์มอื่นๆ และวันนี้มันก็ถูกวางจำหน่ายในประเทศไทยของเราอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้วในราคาเพียงแค่ 24,990 บ. เท่านั้น

หลังจากได้รับเครื่องมาแล้วเราก็มาแกะกล่อง ROG Ally กันเลย โดยตัวกล่องจะเป็นกล่องสีเทาขาวมีรูปของหน้าตาเครื่องให้เห็นกันชัดเจน ดูเรียบหรู เปิดออกมาด้านในจะมีกระดาษแนะนำการเสียบสายชาร์ทกับการเปิดเครื่อง และใต้ฝากล่องจะมีแท่นวางตัวเครื่องพร้อมตัวอักษร ROG มาให้ด้วย และของในกล่องนอกจากตัวเครื่องสีขาวแล้วยังมี สายไฟ, ตัวแปลง 65W AC Adapter,คู่มือ, และใบรับประกัน

สำหรับดีไซน์ของตัวเครื่องนั้นเมื่อได้ลองหยิบขึ้นมาก็รู้สึกว่าน้ำหนักโดยรวมนั้นกำลังดี ไม่หนักจนเกินไปเหมือนกับที่คิดไว้ แม้ว่าตัวเครื่องจะดูค่อนข้างใหญ่แต่ก็จับได้ถนัดมือ การวางมือลงไปและจับทั้งสองข้างก็ให้ความรู้สึกจับถือได้สะดวก เพราะมีการออกแบบมาให้มีรูปทรงที่ถูกต้องตามหลักสรีรศาสตร์

สเปคของ ROG Ally

– จอสัมผัส IPS ความละเอียด Full HD ขนาด 7 นิ้ว Full HD (1920 x 1080), 120 Hz, 500 nits

– โปรเซสเซอร์ AMD Ryzen Z1 Extreme, 8 Cores ,16 Threads, Base Clock 3.3GHz, Max.Boot Clock Up to 5.1GHz, Architecture Zen 4, Process 4nm, TDP 9-30W

– กราฟิก AMD RDNA 3 & 4G RAM capacity / 8.6 TFlops 12 CU GPU Clock: 2.7GHz

– ความจำ RAM 16GB (LPDDR5 6400Mhz)

– พื้นที่เก็บข้อมูล 512GB PCIe 4.0 NVMe M.2 SSD +SD card slot UHS-2

– การเชื่อมต่อไร้สาย WiFi 6E (802.11ax) / Bluetooth v5.2

– พอร์ตเชื่อมต่อ ROG XG Mobile Interface, USB Type-C, 3.5mm Combo Audio Jack

– ลำโพง 2 x 1W speakers พร้อมเทคโนโลยี Smart Amplifier รองรับระบบเสียง Dolby Atmos, Hi-Res Audio

– เทคโนโลยีลดเสียงรบกวน AI Noise Cancellation และรองรับ Aura Sync

– แบตเตอรี่ 40Wh

– อเดปเตอร์ 65W PD รองรับการชาร์จแบบ Pass-through

– น้ำหนัก 608 กรัม

– ระบบปฏิบัติการ Windows 11 + Armoury Crate SE

หน้าจอ

ขนาด 7 นิ้วความละเอียด FHD (1920×1080) อัตรารีเฟรชเรท 120Hz ขอบเขตสี 100% sRGB ป้องกันการฉีกขาดของภาพด้วย AMD FreeSync Premium ความสว่างหน้าจอ 500 nits ทำให้ทุกรายละเอียดที่ปรากฏบนหน้าจอดูโดดเด่น ให้ประสบการณ์ภาพที่ไร้คู่เปรียบเทียบ ตัวหน้าจอยังรองรับการทัชสกรีนพร้อมกันมากถึง 10 จุด แข็งแกร่งด้วยกระจกแบบ Corning Gorilla Glass Victus พร้อมสารเคลือบ Corning Gorilla Glass DXC ช่วยลดการสะท้อนให้สามารถใช้งานได้ในทุกสภาวะแสงและเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับหน้าจออีกขั้น

ประสิทธิภาพทรงพลัง

ROG Ally นั้นถูกขับเคลื่อนด้วยโปรเซสเซอร์ใหม่ล่าสุดของ AMD อย่าง Ryzen Z1 Extreme APU ที่ใช้สถาปัตยกรรมแบบ Zen 4 สำหรับ CPU และกราฟิกแบบ RDNA 3 โดย ROG ได้ทำงานร่วมกับ AMD อย่างใกล้ชิดในการดึงเอาศักยภาพสูงสุดสำหรับการเล่นเกมบนฝ่ามือของคุณทำได้อย่างเต็มที่

– เทคโนโลยี FidelityFX Super Resolution (FSR) คือเทคโนโลยีอัปสเกลที่ช่วยเพิ่มคุณภาพของภาพในเกมต่างๆด้วยการเพิ่มความละอียดให้สูงขึ้นได้โดยไม่สูญเสียประสิทธิภาพในการประมวลผล ส่งผลให้ได้การเล่นเกมที่ลื่นไหลและมีภาพที่สวยสมจริงยิ่งขึ้น

– แรมประสิทธิภาพสูงแบบ LPDDR5 ที่มีบัสความเร็วสูงถึง 6400MHz พร้อมขนาดความจุมากถึง 16 GB ให้ทุกการใช้งานและการเล่นเกมทำได้ลื่นไหล

– PCIe Gen 4 SSD ขนาดความจุ 512 GB ให้ทั้งความจุและความเร็วที่ยอดเยี่ยม โดย SSD แบบ M.2 2230 ใน ROG Ally นั้นสามารถถอดอัปเกรดได้ง่ายในอนาคตหากต้องการขนาดความจุที่มากขึ้น

ระบบเสียง

ลำโพง 2 ตัวแบบ Front Facing Speaker หันทิศทางเข้าหาผู้ใช้โดยตรงและถูกปรับแต่งมาสำหรับการเล่นเกมโดยเฉพาะ พร้อมเทคโนโลยี Smart Amp และ Dolby Atmos ให้เสียงกระหึ่มรอบทิศทางแบบ 5.1.2 แชนแนลที่สมจริง ไมโครโฟน 2 ตัวมาพร้อมระบบการตัดเสียงรบกวนด้วย AI แบบสองทาง (Two-way AI noise-canceling technology) ประมวลผลทั้งเสียงขาเข้าและขาออกเพื่อกรองเสียงรบกวนรอบข้าง เพื่อให้แน่ใจว่าการโทร แชท และสตรีมจะทำได้โดยปราศจากเสียงรบกวน

การควบคุม

ในส่วนของการควบคุมนั้นถือว่าเป็นอีกสิ่งที่ดูง่ายและสะดวกเอามากๆ เราสามารถที่จะควบคุมได้ทั้งแบบการทัชสกรีนบนหน้าจอที่รองรับการสัมผัสได้พร้อมกันถึง 10 จุด ทั้งจากที่ลองใช้เลื่อนๆ ในหน้าต่าง Window การเล่นเกมบางเกมที่ต้องทีชสกรีนก็ทำได้อย่างดีและแม่นยำ หรือถ้าใครถนัดบังคับแบบ Game Pad ก็มี Joysticks หรืออนาล็อกซ้ายกับขวาให้ควบคุม แถมยังสามารถปรับแต่งรายละเอียดได้ทั้งส่วนของ dead zone และขนาดวงรอบของก้านควบคุมเลยทีเดียว ส่วนปุ่มด้านขวาที่เป็น A / B / X / Y มีลักษณะปุ่มทรงโดมแบนทำให้กดง่ายให้สัมผัสที่นุ่มนวล ส่วนปุ่ม Trigger ทั้งด้านซ้ายและขวาเลือกใช้งาน Hall sensors ที่มีความไวต่อการสัมผัสสูงสุด แม้แต่แรงกดเพียงเล็กน้อยก็สามารถตรวจจับได้อย่างแม่นยำ เซ็นเซอร์แม่เหล็กเหล่านี้มีความทนทานสูงและไม่สึกหรอจากการใช้งานปกติ ผู้ใช้สามารถปรับแต่งระยะการกดที่ถนัดได้เองผ่านโปรแกรม Armoury Crate SE

ถ้าสังเกตุที่ด้านหลังของเครื่องจะมีการให้ปุ่ม Macro keys (M1 & M2) มาด้วยในตำแหน่งที่กดได้ง่ายเพียงใช้ปลายนิ้ว สามารถตั้งค่าได้อิสระเพื่อใช้งานได้ในลักษณะเดียวกับการใช้ปุ่ม Fn บน PC เพิ่มความสะดวกในการใช้งานเครื่องไปอีกขั้น และที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือ Haptic feedback & Gyro การตอบสนองแบบสั่นช่วยยกระดับความมีปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้กับอุปกรณ์ เพิ่มความสมจริงให้รู้สึกดื่มด่ำไปกับการเล่นเกมได้มากยิ่งขึ้น โดยผู้ใช้สามารถปรับแต่งระดับการสั่นได้ใน Armoury Crate SE นอกจากนั้นแล้ว Ally ยังรองรับการใช้งาน gyro เพื่อการควบคุมแบบที่ใช้การเคลื่อนไหวและการหมุน บนเกมและแอปพลิเคชันที่รองรับ

ระบบระบายความร้อน Zero Gravity

ROG Ally มาพร้อมกับระบบระบายความร้อน Zero Gravity Cooling เนื่องจาก ROG Ally สามารถใช้งานได้หลากหลายรูปแบบจึงจำเป็นต้องออกแบบระบบระบายความร้อนให้รองรับต่างจากรูปแบบเดิมที่อาศัยแรงโน้มถ่วงในการทำงานของพัดลมและรักษาระดับของเหลวที่อยู่ภายในฮีทไปป์เพื่อหมุนเวียนความร้อนออกจากระบบ ROG Ally จึงเลือกใช้ท่อฮีทไปป์ที่ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษเพื่อทำให้ของเหลวในฮีทไปป์อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมแม้ว่าจะใช้งานในขณะที่ ตั้ง หงาย หรือคว่ำเครื่องอยู่ก็ตาม บวกกับพัดลมระบายความร้อน 2 ตัวที่ออกแบบเป็นพิเศษให้การหมุนของพัดลมลื่นไหลในทุกองศาของการถือเครื่อง ช่วยระบายความร้อนออกนอกตัวเครื่องได้ดีขึ้นเมื่อเทียบกับพัดลมเพียงตัวเดียวส่งผลให้ความร้อนในตัวเครื่องที่เย็นขึ้นและเสียงรบกวนน้อยลงเนื่องจากใช้รอบพัดลมที่ต่ำกว่า ยังมี Dust Filter แผ่นกรองฝุ่นไม่ให้ฝุ่นเข้าไปในระบบส่งผลทำให้ระบบระบายความร้อนทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและยาวนานมากยิ่งขึ้น

จากการใช้งานจริงพบว่าเครื่องระบายความร้อนได้ดี เวลาเล่นนานๆ ไม่รู้สึกถึงความร้อนของเครื่องจนจับถือนานๆ ไม่ได้ และยิ่งมีการปล่อยลมร้อนในส่วนรูบริเวณด้านบนตัวเครื่องด้วยแล้วยิ่งทำให้ไม่ว่าจะนั่งเล่นหรือนอนเล่นก็ไม่ต้องสัมผัสกับลมร้อนที่ระบายออกมาเลย ซึ่งผู้เขียนชอบตรงส่วนนี้มากๆ

การใช้งานในรูปแบบ Window 11

อย่างที่ทราบกันดีว่า ROG Ally นั้นใช้ระบบปฏิบัติการ Windows 11 ดังนั้นมันไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องเกมพกพาเท่านั้น มันยังสามารถใช้งานได้เหมือนกับเราพกโน็ตบุ๊คแบบฉบับย่อส่วนไปไหนมาไหนได้อีกต่างหาก ไม่ว่าจะเป็นการท่องเว็บไซต์ การดู Youtube หรือพวกแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งต่างๆ เป็นต้น รวมไปถึงโปรแกรมสายทำงานทั้ง World, excel ไปจนถึงงานตัดต่อเลยทีเดียว และถ้าหากใครมี HUB-C ก็สามารถที่จะต่อ ROG Ally ออกพวกจอมอนิเตอร์หรือ TV เพื่อใช้งานเป็นเครื่อง PC ได้เช่นกัน เพียงแต่ว่าเพื่อความสะดวกสบายในการใช้แนะนำว่าควรจะต้องหาคีบอร์ดไวแลสกับเม้าส์มาต่อด้วยจะทำให้ใช้งานได้คล่องตัวขึ้น

การใช้งานในส่วนของการเล่นเกม

เมื่อ ROG Ally คือเครื่องเล่นเกม PC พกพาที่รันระบบปฏิบัติการ Windows 11 เราจึงสามารถลงพวกแพลตฟอร์มสำหรับเล่นเกมได้ทุกเจ้า ไม่ว่าจะเป็น Steam ที่เก็บไหดองเกมเอาไว้มากมาย หรือจะเป็นเล่นเกมใหม่ๆ อย่าง Diablo IV เกม Call of duty บน Battle net รวมถึงเกมบน Xbox PC Game Pass อย่าง Forza Horizon 5 กับพวกเกมแจกฟรีสำหรับสมาชิก ไปจนถึง Epic, GOG หรือแพลตฟอร์มอื่นๆ ซึ่งทางผู้เขียนได้ลองเกือบจะทุกแพลต์ฟอร์มแล้วก็เล่นได้หมด ยิ่งเกม AAA ที่ต้องใช้สเปคในการรันที่สูงมากบน PC ก็ถือว่าเล่นได้อย่างลื่นไหล แม้บางเกมจะต้องปรับลดคุณภาพลงมาบ้างแต่ก็ถือว่าถูกใจและตอบโจทย์เอามากๆ

ข้อสังเกตที่สำคัญและหลายคนกังวลอยู่มากก็คือเรื่องของแบตเตอรี่และระยะเวลาในการใช้งาน ซึ่งจากการลองเล่นเกมหนักๆ อย่าง Call of duty หรือเกม AAA อื่นๆ ที่มีกราฟิกสูงพบว่าระยะเวลาในการเล่นอยู่แค่ประมาณ 1 ชั่วโมงเท่านั้น ส่วนเกมที่ไม่ได้ใช้กราฟิกเยอะมากก็อยู่ที่ประมาณ 2 ชั่วโมง ส่วนตัวแล้วคิดว่ายังคงเป็นปัญหาในการพกออกไปเล่นนอกบ้าน จากการพกติดตัวไปทำงานด้วยและเล่นนอกบ้านดูพบว่าวิธีที่จะช่วยได้อีกอย่างก็คือการใช้พวกแบทสำรองพาวเวอร์แบงค์ก็พอแก้ขัดอยู่บ้าง หรือไปนั่งเล่นแปบๆ ตามร้านที่ให้เสียบชาร์ทได้ เป็นต้น

สรุปโดยรวมในการใช้งาน

ส่วนตัวแล้วคิดว่า ROG Ally น่าจะเหมาะกับการเล่นแบบเสียบสายชาร์ทอยู่ที่บ้านมากกว่า ซึ่งบางคนไม่อยากนั่งเล่น PC กับเก้าอี้ก็เปลี่ยนมานั่งเอนหลังสบายๆ บนโซฟา หรือบางคนก็ชอบที่จะนอนเล่นเกมอยู่บนเตียง ซึ่งสายชาร์ทที่ให้มาก็มีความยาวที่เหมาะเลยทีเดียว แถมการเล่นในระหว่างที่เสียบสายชาร์ทยังทำให้เราได้รีดประสิทธิภาพของเครื่องในแบบสูงสุดด้วย เพราะการใช้งานนั้นจะมีการปรับโหมดได้ 3 แบบคือ Turbo mode (30W), Performance mode (15W) และ Silent mode (10W) โดยความแตกต่างที่ได้รับก็คือพวกเฟรมเรทกับความไหลลื่นนั่นเอง ซึ่งถ้าเรายิ่งปรับโหมดสูงก็จะทำให้ยิ่งกินไฟและสูบแบตหมดไวขึ้น

สิ่งที่ชอบอีกอย่างก็คือ Armony Crate SE ที่รู้สึกเหมือนกับว่ามันให้อารมณ์ของเครื่องเกมพกพาจริงๆ เป็นการแปลงร่างจาก Window อีกที แล้วรวบรวมเอาทุกเกมที่เราลงเอาไว้ในเครื่องมาอยู่ในหน้าต่างพิเศษให้เราได้เลือกเล่นเกมจากใน Game Library ได้เลย แถมยังสามารถปรับ Setting พวกการควบคุม ปุ่ม หรือปรับแต่ง Command Center จัดการฟุตเทจบันทึกการเล่นเกมได้ ปรับแต่งแสงไฟ Aura Sync ได้อิสระ และถ้าใครมีกำลังทรัพย์พอก็แนะนำให้หาซื้อ ROG XG Mobile มาต่อเสริมเพราะเจ้าตัวนี้จะเป็นกราฟิกการ์ดแบบต่อแยกภายนอก (eGPU) ที่มีให้เลือกสูงสุดถึงระดับ RTX 4090 เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเลือกปรับตั้งค่ากราฟิกได้สูงเท่าที่ใจต้องการ นอกจากนั้นแล้วยังทำหน้าที่เป็น hub สำหรับการเชื่อมต่อต่างๆไม่ว่าจะเป็น เม้าส์, คีย์บอร์ด, หรือหน้าจอต่อแยกภายนอกด้วย

หากใครสนใจก็สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสั่งซื้อกันได้ที่ https://rog.asus.com/th/gaming-handhelds/rog-ally/rog-ally-2023/

Share

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Gears of War: E-Day เตรียมมันส์กันได้บน Xbox Series และ PC
ยกระดับการแดนซ์ Just Dance VR: Welcome To Dancity เตรียมวางจำหน่าย 15 ตุลาคม 2024
A Quiet Place: The Road Ahead ประกาศสำหรับ PS5, Xbox Series และ PC
Captain Blood เกมแอคชั่นธีมโจรสลัดเปิดตัวอย่างเป็นทางการ
Fate/Samurai Remnant ปล่อยเนื้อหา DLC ใหม่วางขาย 20 มิถุนายนนี้
KAKU: Ancient Seal เตรียมขายเวอร์ชันเต็ม 12 กรกฎาคม