[Review] HyperX Armada จอเกมมิ่งตัวทีเด็ดที่มาพร้อมแขนจับจอสุดประหยัดเนื้อที่

2,409 views
Share

โดยปกติแล้วถ้าพูดถึง HyperX ทุกคนคงจะนึกไปถึงสินค้ายอดนิยมอย่างหูฟังเกมมิ่ง, เมาส์ แผ่นรองเมาส์ไมโครโฟน หรือแม้แต่คีย์บอร์ด ซึ่งแต่ละอย่างก็ถือว่ามีคุณภาพและตอบโจทย์เกมเมอร์ในบ้านเรามาโดยตลอด ล่าสุดทาง HyperX รุกหนักไปอีกขั้นด้วยการส่งจอมอนิเตอร์เกมมิ่งรรุ่นใหม่สุดเจ๋งอย่าง HyperX Armada ออกมา มีทั้งแบบ 25 และ 27 นิ้ว ซึ่งความพิเศษสุดๆ ของมันก็คือมีการให้แขนจับจอสุดอเนกประสงค์มาให้ในกล่องด้วยเพื่อช่วยเพิ่มอิสระในการหมุนปรับจอและยังช่วยประหยัดเนื้อที่บนโต๊ะของเราด้วย

โดยทางคอมพ์เกมเมอร์ก็ได้จอมอนิเตอร์ HyperX Armada 25 และ 27 นิ้ว มาทดลองใช้งานเรียบร้อยแล้วก็เลยจะมารีวิวรายละเอียดของจอกับความรู้สึกหลังใช้งานให้ได้อ่านกัน

สเปกเบื้องต้นของ HyperX Armada 25
– ขนาดหน้าจอ 24.5 นิ้ว
– พาเนลจอ IPS
– ความละเอียด FHD (1920×1080)
– Refresh Rate 240Hz
– Response Time 1 ms
– รองรับเทคโนโลยี NVIDIA G-SYNC และ AMD Freesync Pro
– เหมาะกับการเล่นเกมประเภm FPS หรือใช้ในการแข่งขัน esport

สเปกเบื้องต้นของ HyperX Armada 27
– ขนาดหน้าจอ 27 นิ้ว
– พาเนลจอ IPS
– ความละเอียด 2K QHD (2560×1440)
– Refresh Rate 165Hz
– Response Time 1 ms
– รองรับ HDR 400
– รองรับเทคโนโลยี NVIDIA G-SYNC และ AMD Freesync Premium
– เหมาะกับการเล่นเกมประเภท MMORPG

แกะกล่อง
หลังจากได้รับจอมาแล้วต้องบอกว่าดูดุดันตั้งแต่อยู่ในกล่องเลยทีเดียว ตัวกล่องมีการอธิบายรายละเอียดชัดเจนพร้อมกับโชว์ให้เห็นจอที่มาพร้อมกับแขนจับ ซึ่งแน่นอนว่าแตกต่างไปจากจอเกมมิ่งอื่นๆ ทั่วไปในตลาด หลังจากแกะกล่องเปิดออกมาดูก็ถึงกับร้องว้าวเลยทีเดียวเพราะมีการจัดเรียงและให้ของมาเยอะมากแบบครบถ้วน โดยภายในกล่องจะประกอบไปด้วย จอมอนิเตอร์, แขนจับจอสุดแข็งแรงแบบยึดกับโต๊ะ, หรือแบบเจาะโต๊ะ, น็อตสำหรับติดตั้งกับไขขวง, คู่มือแบบอธิบานการติดตั้งละเอียดยิบพร้อมรูปประกอบ, สายการเชื่อมต่อให้มาจุกๆ ทั้ง HDMI และโดยเฉพาะ DisplayPort ที่เป็นสายสีแดงดุดัน

การประกอบสุดง่าย
ถึงแม้ว่าแขนจับจะดูหนักไปซักหน่อยเพราะมันแข็งแรงมากกกก! แต่ด้วยอุปกรณ์ที่ให้มากับคู่มือก็ถือว่าสามารถประกอบได้ไม่ยากเลย ซึ่งบอกเลยว่าสามารถยกประกอบได้คนเดียวสบายๆ ครับ แต่จุดหนึ่งที่ต้องบอกไว้ตรงนี้ก่อนก็คือจอรุ่นนี้จะมาพร้อมกับแขนจับจอแบบยึดกับโต๊ะเท่านั้น ไม่มีแท่นวางจอปกติเหมือนรุ่นทั่วไปครับ เราจะต้องใช้การหนีบเข้ากับขอบโต๊ะซึ่งก็หนีบได้ง่ายมากขอแค่มีพื้นที่ จะเห็นว่ามีตัวหมุนยึดที่หมุนง่ายมาก ให้เราหมุนให้แน่นก็สามารถยึดกับโต๊ะได้แล้วโดยที่ไม่ต้องเจาะโต๊ะให้เป็นรู แต่ถ้าใครโต๊ะมีรูพวกช่องสายไฟอยู่แล้วก็สามารถติดตั้งได้เลยเช่นกัน

แขนจับจอแบบอเนกประสงค์ มอบอิสระในการใช้งาน
จุดเด่นของรุ่นนี้ก็อย่างที่กล่าวมากับแขนจับจอ VESA Mount เป็นโลหะที่แข็งแรงมาก วัสดุดูดีทนทาน สามารถแขวนจอได้ 2-3 จอเลยทีเดียว มันอเนกประสงค์ในการใช้งานมากๆ เพราะเมื่อประกอบกับจอแล้วจะทำให้เราสามารถปรับความสูงต่ำ การหมุนจอได้ทั้งแนวนอน-แนวตั้ง พวกองศาต่างๆ ได้อิสระตามที่เราต้องการ ซึ่งส่วนตัวแล้วชอบมากๆ มันสะดวกกับการใช้งานในหลายรูปแบบ แถมปรับมุมมองให้เข้ากับเก้าอี้ที่เรานั่งได้ทุกแบบเลยทีเดียว นอกจากนี้ตรงแขนจับจอจะมีที่เก็บสายไฟให้มาด้วยไล่ตั้งแต่ด้านบนไปจนถึงใต้โต๊ะ เพื่อให้ทุกอย่างดูเป็นระเบียบเรียบร้อย สะอาดตา สายไฟไม่ห้อยเกะกะ

จอมอนิเตอร์และความแตกต่างระหว่างจอ HyperX Armada 25 กับ 27
สำหรับตัวจอเองถือว่าน้ำหนักเบามากๆ ขอบบาง และมีผิวสัมผัสเป็นแบบด้าน ด้านหลังจะมีปุ่มปิด-เปิด กับปุ่มจอยสติ๊กเอาไว้เลื่อนเมนูใช้งานในหน้าจอ ส่วนพอร์ตเชื่อมต่อจะมี HDMI 2.0 ให้ 2 พอร์ตกับ DisplayPort 1.4 อีก 1พอร์ต

HyperX Armada 25 มีขนาดหน้าจอ 24.5 นิ้วและความละเอียดของจอแบบ FHD (1920×1080) มีอัตราการตอบสนองหน้าจอที่ต่ำถึง 1 มิลลิวินาที และทีเด็ดเลยก็คืออัตราการ Refresh Rate ที่มีถึง 240Hz ช่วยให้เล่นเกมพวกแนว FPS ได้อย่าลื่นไหลสุดๆ โดยขนาดของหน้าจอถือว่าพอดีๆ สามารถกวาดสายตาได้ทั่วจอแบบไม่ใหญ่จนเกินไป มองตรงๆ ได้เลยไม่ต้องคอยหันซ้ายหันขวา

HyperX Armada 27 มีขนาดหน้าจอ 27 นิ้วและความละเอียดของจอแบบ 2K QHD (2560×1440) มีอัตราการตอบสนองหน้าจอ 1 มิลลิวินาทีเช่นกัน ส่วนของอัตราการ Refresh Rate จะอยู่ที่ 165Hz แต่จะเพิ่มการรองรับ HDR400 เข้ามาเพื่อช่วยเพิ่มความคมชัดของสี ด้วยขนาดของหน้าจอที่ใหญ่กว่าจึงทำให้เหมาะกับการเล่นเกมพวก MMORPG หรือการรับชมภาพยนต์ รวมไปถึงการทำงานทั่วไป

การใช้งานจริง
ต้องบอกก่อนว่าจริงๆ ตอนแรกหลังจากแกะกล่อง HyperX Armada ออกมาทั้ง 25 และ 27 ด้วยความที่โต๊ะมีพื้นที่อยู่บ้างก็เลยลองต่อแขนจับทั้ง 2 จอแยกกันไปเลย ซึ่งก็พบว่ามันสามารถปรับได้อย่างอิสระทั้งมุมมองและทิศทาง ดูไม่มีความเกะกะใดๆ ทั้งสิ้น ทีนี้พอเห็นความแข็งแรงของแขนจับและอ่านที่ระบุว่ามันสามารถต่อได้ 2-3 จอในเสายึดโต๊ะเดียวกันได้ก็เลยถอดให้เหลือเสาเดียวแล้วมาเสียบทั้ง 2 จออยู่ด้วยกันไปเลย พบว่ามันสามารถใช้งานได้ดีเลยทีเดียว แถมยังทำให้ประหยัดพื้นที่ไปอีกมากโข สามารถเลือกปรับความสูงต่ำได้ตามต้องการ แถมยังปรับจอนึงใช้แบบแนวนอน ส่วนอีกจอใช้แบบแนวตั้งตามแบบสตรีมเมอร์ก็ทำได้แบบเก๋ๆ ไปเลย

ทีนี้มาถึงการทดลองใช้งานด้วยการเล่นเกมกันบ้าง บอกได้เลยว่ามันสุดยอดมากทั้งรายละเอียดทางด้านภาพ ความคมชัด และสีสัน ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกมแนว FPS หรือเกม MMO เก็บเลเวล ด้วยอัตรา Refresh Rate ที่สูงเลยทำให้สามารถเล่นเกมได้อย่างลื่นไหล ไม่มีภาพฉีก กระตุกหรืออาการภาพเป็นเส้นๆ กระพริบในระหว่างที่หันจอหรือเคลื่อนไหวเร็วๆ ซึ่งส่วนตัวได้ทดลองเล่นกับเกม Overwatch 2 แล้วประทับใจมากๆ ทั้งในส่วนของจอ 25 กับ 27 นอกจากนี้ยังมีการรองรับ NVIDIA G-SYNC และ AMD Freesync ด้วยก็ยิ่งทำให้ได้ประสบการณ์ในการเล่นเกมที่เยี่ยมยอดเมื่อทำงานร่วมกันกับการ์ดจอและใช้ฟีเจอร์พิเศษของแต่ละเจ้า

สำหรับการดูหนัง ดูซีรีย์หรือคลิปต่างๆ ก็ทำได้อย่างดีเยี่ยมทั้งสองจอ แต่แน่นอนว่า HyperX Armada 27 จะได้เปรียบกว่าเพราะเป็นจอขนาดใหญ่เต็มตาความละเอียด 2K และยังมี HDR 400 ทำให้ได้ทั้งสีสันของภาพที่สวยงามสมจริง บวกกับให้รายละเอียดของแสงเงาที่ดีเยี่ยม ดื่มด่ำไปกับภาพตรงหน้าได้แบบฟินๆ กันไปเลย

สรุปภาพรวมของ HyperX Armada 25 และ 27 ถือเป็นจอมอนิเตอร์ที่ตอบโจทย์การใช้งานของเกมเมอร์ได้แบบทุกด้านจริงๆ ทั้งความละเอียดและ Refresh Rate ที่สูง รวมถึงมีแขนจับจอที่แข็งแรงทนทานและสามารถปรับการใช้งานหรือหมุนจอได้อย่างอิสระ แถมยังช่วยให้ประหยัดพื้นที่ได้อีก ลบภาพของจอมอนิเตอร์ที่มีแขนจับจอซึ่งต้องเปลืองพื้นที่บนโต๊ะและดูเทอะทะไปโดยสิ้นเชิง ใครที่อยากได้จอเกมมิ่งซึ่งมาพร้อมกับการเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ในการใช้งาน แนะนำว่า HyperX Armada 25 และ 27 เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่คุ้มค่า สามารถเลือกให้เหมาะสมตามสไตล์ของแต่ละคน หรือถ้าเลือกไม่ได้ก็จัดสองจอกันไปเล้ยยยยยยย !!

สนใจอยากกดซื้อหรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถเข้าไปดูกันได้ที่:
HyperX Armada 25 – Gaming Monitor https://hyperx.gg/3LaqFX8
HyperX Armada 27 – Gaming Monitor https://hyperx.gg/3DgiGpz

Share

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Fall Guys อัพเดทส่งสกินใหม่จาก Street Fighter มาให้แฟนๆ ได้ใช้งานกันแล้ว
Divine Knockout เกมต่อสู้ภาพการ์ตูนสุดน่ารักวางขาย 6 ธันวาคมนี้
ส่งตรงจากแดนซากุระ Buccanyar เปิดตัว 20 เมษายน 2023 ในญี่ปุ่น
Marvel’s Midnight Suns ปล่อยตัวอย่างใหม่พาส่องภาพรวมของระบบต่อสู้
Genshin Impact เวอร์ชัน3.3 และเกมกลเจ็ดอัจฉริยะจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 7 ธันวาคม
Atelier Ryza 3: Alchemist of the End & the Secret Key ปล่อยตัวอย่างที่สอง